Stories for the Heart, Short Stories & Reflections

นักปีน

NITHAN JAI · นิทานใจ

เรื่องเล่าที่ชวนให้กลับมาฟังเสียงข้างใน

เราทุกคนต่างเกิดมาพร้อมกับสัญชาตญาณของการเป็น “นักปีนป่าย”

เราใช้เวลาทั้งชีวิตกวาดต้อนเก้าอี้มาถมทับ แล้วตะเกียกตะกายปีนขึ้นไป

เราไม่ได้แค่ปีนหนีความจน หรือปีนหาความยิ่งใหญ่

ลึกลงไปกว่านั้น… เรากำลังปีนหนี “พื้นดิน”

เราเกลียดพื้นดิน เพราะมันคือความจริงที่แข็งกระด้าง

คือความสามัญธรรมดาที่เราหวาดกลัว

เราจึงพยายามสร้างวิมานกลางอากาศ ต่อเก้าอี้แห่งความยึดถือขึ้นไปทีละตัว ทีละชั้น

แต่ยิ่งสูง ยิ่งไหวเอน ยิ่งเคว้งคว้าง

เรากลับบอกตัวเองว่า นี่คือความมั่นคง

และไม่ว่าจะสูงแค่ไหนมันก็ไม่เคยรู้สึกพอ

เราฝืนกฎฟิสิกส์ เราฝืนแรงดึงดูด และเราฝืนธรรมชาติ

จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งที่ไม่อาจต้านทานความจริง

โครม!!

ทุกอย่างพังครืนลงมา ร่างกายกระแทกพื้นแหลกเหลว

เจ็บปวด… ทรมาน… และเต็มไปด้วยคำถามว่า “ทำไม?”

แต่ทันทีที่เลือดหยุดไหล เราก็ลุกขึ้นปัดฝุ่น กัดฟัน แล้วเริ่มต่อเก้าอี้ตัวเดิมขึ้นไปใหม่

ซ้ำแล้วซ้ำเล่า…

ทว่า… ท่ามกลางเสียงอึกทึกของการปีนป่าย

มีคนบางคนเลือกที่จะนั่งนิ่งอยู่บนพื้น

เนื้อตัวของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลเป็น… รอยจารึกจากประวัติศาสตร์แห่งนักปีนป่าย

เขาไม่ได้นั่งอยู่ตรงนั้นเพราะยอมจำนน และไม่ใช่เพราะเขาหมดแรง

เขานั่งอยู่ตรงนั้น เพราะเขา “รู้” แล้ว

ความเจ็บปวดจากการร่วงหล่นซ้ำซาก

สอนให้เขาตระหนักถึงสัจธรรมที่คนบนเก้าอี้มองไม่เห็น

เขาพบว่าศัตรูที่แท้จริงไม่ใช่แรงดึงดูดที่ดึงเขาตกลงมา

แต่คือความทะยานอยากที่จะไปยืนอยู่ในจุดที่ไม่มีอยู่จริง

คนข้างบนมองลงมาด้วยสายตาดูแคลน ตะโกนเยาะเย้ยถึงความต่ำต้อยของการติดดิน

ชายผู้นั้นเพียงแต่เงยหน้าขึ้นมองหอคอยเก้าอี้ที่โอนเอนด้วยสายตาที่เปี่ยมความเมตตา… และว่างเปล่า

เขาไม่พยายามอธิบาย

เพราะเขารู้ดีว่า…

คำสอนที่เสียงดังและชัดเจนที่สุด ไม่ได้ออกมาจากปาก

แต่มาจากเสียงกระแทกของร่างกาย…

ในวันที่พื้นดินทวงคืนความจริง

นิทานจบลง แต่คำถามอาจเพิ่งเริ่มต้นในใจเรา

อ่านนิทานใจเรื่องต่อไป

เรือข้ามฟาก

ขุนเขากับดวงดาว

แมลงปอในบึงเงียบ