NITHAN JAI · นิทานใจ
เรื่องเล่าที่ชวนให้กลับมาฟังเสียงข้างใน
นานมาแล้ว… มีเมล็ดพันธุ์แห่งความดีงามเมล็ดหนึ่ง ท่ามกลางเม็ดทรายนับล้านล้านในมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาล เมล็ดพันธุ์นี้มีความพิเศษ เพราะมันเริ่มงอกงามจากความรู้สึกที่แตกต่าง…
ในขณะที่เมล็ดพันธุ์อื่นๆ พยายามเติบโตเพื่อหาทางพ้นจากความทุกข์ของตัวเอง แต่เมล็ดพันธุ์นี้กลับรู้สึกสะเทือนใจเมื่อเห็นความทุกข์ของผู้อื่น จนเกิดความปรารถนาอันยิ่งใหญ่ที่จะช่วยเหลือสรรพชีวิตทั้งปวง…
เมล็ดพันธุ์นี้จึงตั้งปณิธานอันแน่วแน่ว่า สักวันหนึ่งจะต้องเติบใหญ่เป็นต้นไม้แห่งปัญญาที่แผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาแก่สรรพชีวิตทั้งปวง แม้รู้ว่าเส้นทางนั้นยากเย็นเพียงใด…
แต่การเติบโตช่างยากลำบาก… ต้องผ่านสายลมพายุ ต้องทนต่อแดดร้อนฝนหนาว ต้องหยั่งรากลึกผ่านชั้นหินอันแข็งกร้าว ต้องสร้างความแข็งแกร่งในทุกๆ ด้าน ทั้งทาน ศีล การสละความสุขส่วนตน ปัญญา ความเพียร ความอดทน ความจริงใจ ความตั้งใจมั่น ความเมตตา และความวางใจเป็นกลาง…
ในแต่ละด้านนั้น ต้องบ่มเพาะให้แกร่งกล้าขึ้นเรื่อยๆ จากการให้กิ่งก้านเล็กๆ จนถึงการสละทั้งลำต้น จากการให้ใบอ่อน จนถึงการสละทั้งชีวิต…
ผ่านการเวียนว่ายตายเกิดมากมายนับไม่ถ้วน ยาวนานเกินกว่าจะนับได้…
หลายครั้งที่มีโอกาสจะเติบโตเป็นต้นไม้ธรรมดาที่พ้นจากความทุกข์ได้ แต่กลับเลือกที่จะเริ่มต้นใหม่ เพื่อสั่งสมความแข็งแกร่งให้มากพอที่จะเป็นที่พึ่งให้ผู้อื่น…
จนวันหนึ่ง… หลังผ่านการบ่มเพาะอันยาวนานเหลือคณานับ ก็เติบใหญ่เป็นต้นไม้แห่งปัญญาที่สมบูรณ์ ค้นพบความจริงอันประเสริฐ และแผ่กิ่งก้านให้ร่มเงาแก่ผู้คนทั้งปวงโดยไม่แบ่งแยก…
ต้นไม้แห่งปัญญาเช่นนี้… ยากนักที่จะเกิดขึ้นในโลก ยากยิ่งกว่าเต่าตาบอดที่จะโผล่ขึ้นมาจากท้องมหาสมุทรแล้วสอดคอเข้าบ่วงไม้ที่ลอยอยู่ได้พอดี…
และนี่คือที่มาของพระพุทธเจ้า ผู้ซึ่งได้ผ่านการบ่มเพาะตนเองมาอย่างยาวนาน เพื่อจะได้เป็นผู้ชี้ทางสว่างให้แก่ชาวโลก…
เมื่อเราได้เข้าใจเรื่องราวอันน่าอัศจรรย์นี้… เราจึงควรสำนึกในความโชคดีที่ได้พบร่มเงาของต้นไม้แห่งปัญญานี้ และตั้งใจศึกษาความจริงที่ท่านทุ่มเททุกสิ่งเพื่อค้นพบ เพื่อให้การเสียสละอันยิ่งใหญ่ของท่านได้เกิดประโยชน์สูงสุด และเพื่อสืบทอดความปรารถนาอันบริสุทธิ์ที่จะช่วยให้สรรพชีวิตพ้นทุกข์ให้เป็นจริง…
นิทานใจ.
นิทานจบลง แต่คำถามอาจเพิ่งเริ่มต้นในใจเรา











