Everyday Wisdom, Blog

พึ่งใคร

OMG NATURAL LEGACY

เรื่องเล่าและบทความเพื่อการกลับมาเห็นชีวิตตามความเป็นจริง

พระรัตนไตรเป็นที่พึ่ง

พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

สามคำนี้ถูกสวดกันจนชินปาก แต่เคยถามตัวเองจริงๆ หรือไม่ ว่าสิ่งที่กำลังพึ่ง คืออะไร?

พุทธะ — ไม่ใช่ตัวบุคคล ไม่ใช่ตำแหน่ง พุทธะคือนิพพานธาตุ สภาวะที่พ้นจากสมมติทั้งปวง เจ้าชายสิทธัตถะเป็นพุทธะเพราะเข้าถึงสภาวะนี้ ธาตุนี้มีก่อนพระองค์ประสูติ ยังคงอยู่หลังพระองค์ปรินิพพาน ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะใคร ไม่ดับไปเพราะใคร

พระธรรม — ในฐานะคำสอน คือแผนที่ชี้ทางไปสู่นิพพานธาตุ ผู้ที่จดจำแผนที่ได้ทั้งหมดแต่ไม่เคยออกเดินทาง ก็ยังอยู่ที่เดิม ธรรมไม่ได้จบลงที่คำสอน ธรรมคือธรรมธาตุ คือนิพพานธาตุ ผู้ที่เดินตามแผนที่จนถึงที่สุดจะพบว่า เส้นทางนั้นกับจุดหมายนั้น ไม่เคยแยกจากกัน

พระสงฆ์ — คือพระอริยะ ผู้สัมผัสนิพพานธาตุแล้วด้วยปัญญาของตนเอง คือผู้ที่เท้าเหยียบแผ่นดินปลายทางแล้ว จะลึกเข้าไปมากเท่าใดก็เป็นเรื่องของวาระ แต่ทิศทางนั้นไม่หวนกลับอีกแล้ว จนถึงที่สุดเป็นหนึ่งเดียวกับพุทธะ ไม่แยกจากกันอีก

ทั้งสามรัตนะชี้ไปที่จุดเดียวและเป็นหนึ่งเดียวกัน “นิพพาน”

ถ้าที่พึ่งคือนิพพาน แล้วจะเข้าถึงได้อย่างไร?

พระพุทธองค์ทรงทิ้งคำตอบไว้ก่อนปรินิพพาน

“จงมีตนเป็นที่พึ่ง มีธรรมเป็นที่พึ่ง อย่ามีสิ่งอื่นเป็นที่พึ่ง”

พึ่งรัตนไตร แล้วบอกให้พึ่งตน — ทำไม?

มันคือสิ่งเดียวกัน

นิพพานธาตุไม่ได้อยู่ที่วัด ไม่ได้อยู่ในคัมภีร์ ไม่ได้อยู่กับครูบาอาจารย์ มันอยู่ภายใน ถูกห่อหุ้มด้วยสมมติชั้นแล้วชั้นเล่าที่เราเรียกว่า “ตัวกู ของกู”

การพึ่งพระรัตนไตรคือการน้อมกลับเข้ามา ขุดค้นภายใน ถอดถอนสิ่งที่ปิดบังเนื้อแท้ออก

จนกว่าจะไม่เหลืออะไรให้ถอดถอนอีก

สิ่งที่ปิดบังนั้นคือ “อวิชชา”

ไม่ใช่ “ความไม่รู้” แบบที่แก้ได้ด้วยการอ่าน การเรียน การคิด

อวิชชาอยู่ลึกกว่านั้น มันคือ “ความไม่รู้ ที่ไม่รู้ตัวว่าไม่รู้”

สิ่งที่กำลังพยายามเข้าใจอวิชชาอยู่ตอนนี้ นั่นแหละ อวิชชา

มันไม่ได้แค่ทำให้เราเห็นผิด มันปลอมตัวเป็น “ผู้รู้” เสียเอง
สร้าง “ตัวกู” ขึ้นมาสวมบทเจ้าของชีวิต เจ้าของร่างกาย เจ้าของจิตใจ เจ้าของความสุขและความทุกข์ทั้งมวลที่ไม่เคยเป็นของใคร

“ตัวกู” นี้เองที่หลอกให้หวงแหนสิ่งที่ไม่เคยเป็นของเรา ยึดกุมสิ่งที่กำลังแปรปรวนอยู่ทุกขณะ

ทุกสิ่งที่ “ตัวกู” ยึดถือ ล้วนเป็นสมมติ แม้กระทั่งความรู้สึกว่า “ฉันมีอยู่” ก็ถูกปรุงขึ้นใหม่ทุกขณะ ดับไป ปรุงใหม่ แล้วดับไป จินตนาการต่อเนื่องไม่เคยหยุด

แม้ขณะที่อ่านบรรทัดนี้ “ตัวกู” ก็กำลังทำงาน — มันคือผู้ที่กำลังพยักหน้าเห็นด้วยว่า “ตัวกูไม่มีจริง”

แต่เนื้อแท้ที่ถูกปิดบังอยู่ข้างใต้สมมติทั้งหมดนั้น ไม่เกิด ไม่ดับ ไม่แปรปรวน ไม่มีใครสร้าง ไม่ต้องการให้ใครรักษา

สิ่งที่อยู่นอกเหนือคำว่า “มี” หรือ “ไม่มี” สิ่งที่ไม่เคยเกิด จะดับได้อย่างไร

การพึ่งพระรัตนไตร พึ่งตน จึงคือการถอน

ถอนความยึดในสมมติทั้งปวงออก

ไม่ใช่ด้วยการคิด ไม่ใช่ด้วยการเชื่อ แต่ด้วยการเห็นตรงๆ ว่าสิ่งที่ยึดอยู่นั้นไม่เคยเป็นของเรา ไม่เคยมีเรา

เมื่อสมมติถูกวางลงจนหมดสิ้น “ธรรมะ” ก็ปรากฏเอง

ไม่ใช่เพราะมันเพิ่งเกิดขึ้น แค่ไม่มีอะไรบดบังอีกแล้ว

นั่นคือ “วิมุติ”

นั่นคือ “นิพพาน”

ที่พึ่งที่อยู่ภายในกายนี้เสมอมา

ธรรมแท้อยู่ใกล้ยิ่งกว่าลมหายใจ

ใกล้จนมองข้าม

เราวิ่งแสวงหามันไปทุกทิศ ยกเว้นที่ที่มันอยู่

แล้วตอนนี้ล่ะ กำลังพึ่งอะไร?

อ่านต่อในชุดเดียวกัน

รีวิวธรรมะ
ไม่เกิด
มงกุฎคนดี