Everyday Wisdom, Blog

สุรา เมรัย

OMG NATURAL LEGACY

เรื่องเล่าและบทความเพื่อการกลับมาเห็นชีวิตตามความเป็นจริง

ตลอดเวลากว่า 20 ปีที่ชีวิตของผู้เขียนจมอยู่ในความเมามาย โดยไม่เคยตระหนักถึงโทษภัยที่แท้จริงเลยแม้แต่น้อย มันคือการทดลองกับชีวิตจริง ที่เต็มไปด้วยความเสี่ยง มีความประมาทเป็นที่ตั้ง — แต่ในขณะนั้น ผู้เขียนกลับไม่เคยรู้ตัวเลยว่ากำลังเดินอยู่บนเส้นทางอันตราย

ความรู้สึกสุขสนุกในวงสังสรรค์บดบังโทษภัยที่เกิดขึ้นต่อชีวิต

ทั้งอุบัติเหตุร้ายแรง และการคบมิตรที่นำไปสู่ความเสื่อม ล้วนไม่อาจหยุดยั้งผู้เขียนไว้ได้

เพราะในห้วงแห่งความมึนเมา สมองจะจดจำเพียงความรู้สึกดี ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น จนขาดวิจารณญาณโดยสิ้นเชิง

สุราไม่เพียงเป็นประตูสู่ความเสื่อมในทุกมิติของชีวิต ทำลายความเป็นปกติของจิตใจ ทำให้เราคิด พูด และกระทำในสิ่งที่เป็นโทษต่อตนเองและผู้อื่นได้อย่างง่ายดาย

ในช่วงชีวิตที่ผู้เขียนจมอยู่กับความเมามาย… ก็เฉกเช่นเดียวกับคนที่อาศัยอยู่ในบ่ออุจจาระจนคุ้นชิน ย่อมไม่รู้สึกว่าร่างกายของตนเปรอะเปื้อนและมีกลิ่นเหม็นคละคลุ้ง เพราะความเมามายไม่เพียงทำให้ศีลและสมาธิหมองมัว หากยังบั่นทอนสติปัญญาจนขาดความสามารถในการมองเห็นความจริงโดยสิ้นเชิง

หากเรายังเป็นคนพาล เราย่อมไม่อาจแยกแยะได้ว่าใครคือบัณฑิต และใครคือคนพาล

ความสุขจอมปลอมจากการสังสรรค์กลายเป็นสิ่งปกติ เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ของความไร้สติ อาจนำมาซึ่งความวิบัติอันยิ่งใหญ่ ผู้เขียนเองได้พลัดตกลงสู่กับดักของชีวิตเพราะความเมามาย ปล่อยให้บางคนที่ไม่ควรเข้ามาในชีวิต เข้ามากัดกร่อนจิตวิญญาณจากภายใน

ส่งผลให้ต้องจมอยู่กับความทุกข์อย่างแสนสาหัสนานถึง 15 ปี ทุกข์นั้นสะสมและกัดกินอยู่ภายในโดยไม่รู้ตัว ถึงขั้นพร้อมที่จะแลกชีวิตเพื่อหลุดพ้นจากสภาวะนั้น แต่ก็ทำไม่ได้ เพราะยังใช้ความเมาเป็นเครื่องหลบหนี จนไม่เคยมองเห็นว่าความทุกข์นั้นอยู่ใกล้เกินกว่าจะหนีและไกลเกินกว่าจะเข้าใจในขณะที่จิตใจยังมัวเมา ทำให้ขาดปัญญาที่จะมองเห็นทางออก

แต่วันนึงที่ได้รับการชี้ทางจากกัลยาณมิตรจนได้สัมผัสกับความสงบสุขจากพระธรรม ก็เหมือนกับการที่ได้ขึ้นจากบ่ออุจจาระมาอาบน้ำชำระล้างร่างกายจนสะอาดหมดจด สติปัญญาที่เคยถูกบดบังจึงค่อยๆ กลับคืนมา เมื่อนั้นเองที่ผู้เขียนสามารถเห็นถึงความจริงอันน่ารังเกียจที่เคยฝังตัวอยู่กับมัน การจะหวนกลับไปสู่วังวนแห่งความเมามายจึงกลายเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้อีก เพราะชีวิตที่สงบเป็นปกตินั้นมีคุณค่าและให้ความสุขเย็นที่แท้จริง ยิ่งกว่าความสุขจอมปลอมอย่างไม่อาจเปรียบเทียบกันได้

เมื่อมองย้อนกลับไป ผู้เขียนรู้สึกว่าตนเองโชคดีเหลือเกิน… ที่แม้จะเคยใช้ชีวิตหลงประมาทไปกับความเมามาย แต่ความวิบัติที่เกิดขึ้นก็ยังไม่รุนแรงถึงขั้นทำลายโอกาสในการพบพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า อันเป็นแสงสว่างที่ช่วยเปิดดวงตาให้เห็นความจริง และชี้ทางให้หลุดออกจากวังวนแห่งความหลง บทเรียนจากความทุกข์ระทมกลับกลายเป็นครูผู้ยิ่งใหญ่ ที่ผลักดันให้ผู้เขียนได้สัมผัสกับธรรมะ และค้นพบความสงบสุขที่แท้จริงในที่สุด

ประสบการณ์ผิดพลาดในชีวิตเป็นเรื่องธรรมดา… แต่สิ่งที่ไม่ควรธรรมดา คือการเรียนรู้จากมันให้ทันเวลา ก่อนที่โอกาสจะหมดไปตลอดกาล

จึงขอถ่ายทอดประสบการณ์ส่วนตัวนี้ ด้วยหวังว่าจะเป็นแสงนำทางให้กัลยาณมิตรบางท่านที่ยังหลงอยู่ในกับดักของชีวิต ได้พบหนทางหลุดพ้นดังที่ผู้เขียนเคยได้รับ

อ่านต่อในชุดเดียวกัน

วิปัสสนา ศาสตร์แห่งการเปลื้องทุกข์
คนเราเกิดมาทำไม?
กำไรสูงสุดของชีวิต