Everyday Wisdom, Blog

ปรุงแต่ง

OMG NATURAL LEGACY

เรื่องเล่าและบทความเพื่อการกลับมาเห็นชีวิตตามความเป็นจริง

“ความคิด” อุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ของผู้แสวงหาความจริง

ความเข้าใจระดับสมอง

กับการเข้าถึงความจริงระดับสภาวะธรรม

เป็นคนละโลกกัน

โลกหนึ่งเข้าใจด้วยภาษา แนวคิด และความจำ

อีกโลกหนึ่งเข้าถึงด้วยการประจักษ์ตรง

ไม่ผ่านคำพูด

ไม่ต้องตีความ

ไม่มีคำว่า “เรา”

นักปฏิบัติจำนวนมากรู้จักภาษา

แต่ยังไม่เคยเห็นสภาวะ

และกับดักที่ใหญ่ที่สุด

ลึกลับกว่ากาม

ซับซ้อนกว่าอารมณ์

“ความคิด”

…

ความคิดบงการชีวิตมนุษย์มาตลอด

ตั้งแต่ลืมตาจนหลับตา

โดยที่เจ้าของชีวิตไม่เคยเห็นตัวจริงของมัน

มันสั่งให้กลัว ให้อยาก ให้โกรธ

สั่งให้ปกป้องอัตตา

ให้วิ่งหนีทุกข์

ให้วิ่งไล่สุข

แล้วกระซิบอย่างเนียน ๆ ว่า

“ทั้งหมดนี้คือเธอ”

มนุษย์จำนวนมากจึงใช้ทั้งชีวิตทำตามคำสั่ง

โดยไม่เคยหยุดสังเกตว่า

“เรา” แน่หรือที่กำลังคิด

ความคิดอยู่กับเรามาตั้งแต่วันแรกที่เริ่มจำได้

อยู่กับเราในทุกความเจ็บ ทุกความกลัว ทุกความพอใจ

มันเติบโตมาพร้อมเรา และรู้จักเรายิ่งกว่าใคร

ความทรงจำทั้งหมดของเรา

ถูกใช้เป็นวัตถุดิบในการปรุงแต่ง

มันรู้ดีว่าคำไหนจะกระตุ้นเรา

เรื่องไหนทำให้เราสะดุ้ง

เหตุผลแบบไหนจะทำให้เรายอมทำตาม

หลายครั้งมันมาในรูปแบบของเหตุผล

ที่ฟังดู “เข้าท่า”

เรื่องนี้ต้องโกรธ

สิ่งนี้สมควรให้กังวล

และเหตุผลที่ทำให้ยึดทุกอย่างไว้

มันนำหน้าเราอยู่หนึ่งก้าวเสมอ

ไม่ใช่เพราะมันเหนือกว่า

แต่เพราะมันใช้ข้อมูลจากอดีตของเรา

และคาดเดาปฏิกิริยาของเราได้แม่นยำ

หากมองไม่เห็นมัน

มันยิ่งแนบเนียน

และหากพยายามเข้าไปสู้

เรากำลังเล่นในสนามของมัน

การพยายามเอาชนะความคิด

จึงไม่ใช่ทางออก

…

การก้าวข้ามกับดักนี้

ไม่ได้เริ่มด้วยการข่มจิตใจ

และไม่ไช่จากการพยายามหยุดคิด

แต่เริ่มจากความจริงที่เที่ยงตรง

ว่าเราไม่ได้ปรุงแต่ง

การปรุงแต่งเป็นอาการที่เกิดขึ้นเอง

แต่เราหลงเข้าไปยึดว่าอาการนั้นคือ“เรา”

สิ่งที่เรียกว่า “ฉันกำลังคิด”

แท้จริงแล้วคือ

ความคิดกำลังเกิด

แล้วเราเผลอเข้าไปเป็นมัน

เมื่อเห็นความจริงนี้ แล้วกลับมารู้สึกตัว

ความคิดจะเริ่มสั่นสะเทือน

และอ่อนกำลังลงโดยไม่ต้องมีใครเขย่า

ทันทีที่พยายาม “แก้”

หรือพยายาม “หยุด”

คุณได้เติมพลังให้มันแล้ว

ความคิดเป็นอาการตามธรรมชาติ

เหมือนหัวใจที่มีหน้าที่เต้น

กับดักที่แนบเนียนที่สุด

คือตัวอยากที่จะไปหยุดความคิดนั้น

เพราะ ยิ่งดิ้น มันยิ่งรัด

…

ความทุกข์ไม่ได้เกิดจากความคิด

แต่เกิดจากการกระโดดลงไปเป็นเล่นกับความคิด

เมื่อความคิดปรุงขึ้น

อย่าเข้าไปจัดการ

อย่าเข้าไปห้าม

อย่าเข้าไปหาคำอธิบายว่ามันมาจากไหน

ให้ถอยออกมาเป็นคนดู

เหมือนยืนดูรถวิ่งบนถนน

รถคือความคิด

ถนนคือความจำที่มันอาศัย

เราไม่จำเป็นต้องขวางถนน

และไม่จำเป็นต้องขึ้นรถไปกับมัน

แค่รู้ว่า “มีรถวิ่ง”

ไม่ต้องรู้ยี่ห้อ รุ่น หรือสีรถ

ปล่อยให้มันวิ่งผ่านไป ผ่านมา อย่างเบลอๆ

…

ความคิดอยู่ได้

เพราะพลังงานจากความสนใจ

ทันทีที่กลับมารู้สึกตัว

ความคิดจะถูกทอดทิ้ง

และอ่อนกำลังลง

ทุกครั้งที่รู้สึกตัว

เรากำลังสร้างความเคยชินใหม่

จากความเคยชินในการหลง

เป็นความเคยชินในการรู้สึกตัว

กลับมาที่กาย

รู้ลมหายใจ

รู้แรงสัมผัส

รู้การขยับ

รู้การเดิน

ในปัจจุบันขณะ

ไม่ต้องเพ่ง

ไม่ต้องเกร็ง

ไม่ต้องกระชาก

รู้แบบนุ่ม เบา ธรรมดา

หลงกี่ครั้งไม่สำคัญ

กลับมารู้ให้ได้บ่อยขึ้น

สติจะค่อย ๆ กลายเป็นนิสัยใหม่

แทนระบบอัตโนมัติแห่งความหลง

..

การปรุงแต่งไม่ใช่ศัตรู

แต่ความเคยชินกับการไม่รู้ตัว

ต่างหากคือปัญหา

ทันทีที่ “รู้” ว่ากำลังปรุงแต่ง

กำลังของมันถูกตัดลงแล้วในวินาทีนั้น

หน้าที่มีเพียง “รู้แล้ววาง”

ไม่ใช่ “รู้แล้วไล่จับ”

ไม่ใช่ “รู้แล้วสาวหาเหตุ”

แค่ “รู้“ ก็พอ

…

เมื่อกำลังของความรู้สึกตัว

สะสมมากกว่ากำลังของความคิด

สิ่งที่เคยเป็นนาย

จะกลายเป็นบ่าว

ความคิดยังมี

แต่ไม่อาจครอบงำ

หลอกเราไม่ได้

บงการเราไม่สำเร็จ

จึงสามารถเลือกใช้เฉพาะความคิดที่เป็นคุณ

และปล่อยที่เหลือให้ไหลไป

เหมือนสายลมที่พัดผ่าน

โดยไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

…

ความคิดคืออุปสรรคใหญ่ที่สุด

สำหรับผู้ปรารถนาพ้นทุกข์

แต่เมื่อไรก้าวข้ามมันได้

ทางข้างหน้าจะโล่ง กว้าง

และปลอดภัย

ไม่ใช่เพราะไม่มีอะไรให้หลง

แต่เพราะ

จอมบงการสิ้นฤทธิ์แล้ว

ได้โปรดอย่าเชื่อ

ได้โปรดอย่าจำ

นี่ไม่ใช่บทความสร้างความเข้าใจ

มันทำหน้าที่อย่างเดียว

ชี้ไปที่

ความรู้สึกตัวที่กำลังเกิดอยู่

ใน ”ขณะนี้“

ความจริง

ไม่เคยปิดบัง

มีแต่เรา ที่หันหลังให้มัน

มาตลอดชีวิต

อ่านต่อในชุดเดียวกัน

อีโก้
หยุดสู้
อวิชชาสู่วิชชา