NITHAN JAI · นิทานใจ
เรื่องเล่าที่ชวนให้กลับมาฟังเสียงข้างใน
ทุกๆ เช้าตรู่ มีนกตัวน้อยสีทองบินมาเกาะที่หน้าต่างห้องของแก้ว มันจะร้องเพลงไพเราะให้เธอฟังเพียงหนึ่งเพลงก่อนจะบินจากไป แก้วชอบเสียงร้องของมันมาก แต่เธอไม่เคยตื่นเช้าพอที่จะได้ฟังมันร้องจนจบ เธอมักจะได้ยินเพียงท่อนสุดท้ายของเพลงก่อนที่จะหลับต่อ
ทุกเช้า แก้วจะรู้สึกขัดแย้งในใจ ส่วนหนึ่งอยากลุกขึ้นมาฟังเพลงของนกทองให้จบ แต่อีกส่วนก็อยากนอนต่อ "แค่อีกห้านาทีเอง" เธอมักบอกตัวเอง แต่ห้านาทีนั้นก็ยาวนานจนนกทองบินจากไปทุกที
คุณยายที่อาศัยอยู่ชั้นล่างเคยเล่าให้แก้วฟังว่า "นกทองตัวนี้พิเศษนัก มันร้องเพลงไม่ซ้ำกันเลยสักวัน และทุกเพลงล้วนมีความหมายที่จะช่วยให้วันของเราพิเศษขึ้น"
"แต่หนูว่ามันก็แค่นกธรรมดานะคะ" แก้วเคยตอบยายไปแบบนั้น ทั้งที่ในใจก็สงสัยอยู่ลึกๆ ว่าทำไมเสียงร้องของมันถึงได้ไพเราะนัก
วันหนึ่ง ขณะที่แก้วกำลังจะหลับต่อหลังได้ยินเสียงนกร้องเหมือนทุกวัน คุณยายกลับวิ่งขึ้นมาเคาะประตูห้องเธอ
"แก้ว! ตื่นเร็ว มาดูนี่!" เสียงคุณยายดังมาจากหน้าห้อง
แก้วลุกขึ้นอย่างงัวเงีย เปิดประตูออกไปดู เธอเห็นคุณยายกำลังยืนมองออกไปนอกระเบียง ที่นั่นมีรุ้งกินน้ำสวยงามพาดผ่านท้องฟ้า
"ในเพลงเช้านี้ เจ้านกทองร้องว่าจะมีรุ้งกินน้ำที่สวยที่สุดในรอบปี" คุณยายบอก "ยายตื่นมาฟังมันร้องทุกวัน วันนี้มันทำนายไม่ผิดเลย"
แก้วมองรุ้งกินน้ำด้วยความตื่นตาตื่นใจ แต่ในใจก็รู้สึกเสียดายที่เธอพลาดฟังคำทำนายนั้น เธอนึกย้อนไปถึงเสียงที่ได้ยินเมื่อเช้า มันเหมือนจะมีคำว่า "รุ้ง" อยู่ในนั้นจริงๆ แต่เธอก็เลือกที่จะนอนต่อ
เช้าวันต่อมา แก้วตั้งนาฬิกาปลุกไว้แต่เช้าตรู่ ตั้งใจว่าจะตื่นมาฟังเพลงของนกทอง เธอต่อสู้กับความง่วงอยู่พักใหญ่ แต่สุดท้ายความเคยชินก็ชนะ เธอกดปิดนาฬิกาปลุกและนอนต่อ
"พรุ่งนี้ค่อยตื่นแต่เช้าก็ได้" เธอคิด เหมือนที่เคยคิดมาหลายครั้ง
วันต่อๆ มา คุณยายมักจะเล่าให้แก้วฟังถึงสิ่งที่นกทองทำนาย วันหนึ่งมันบอกว่าจะมีแมวจรสีส้มมาที่บ้าน และแมวตัวนั้นก็กลายมาเป็นสมาชิกใหม่ของครอบครัว
อีกวันมันเตือนว่าจะมีฝนตกหนัก ทำให้คุณยายรีบเก็บผ้าที่ตากไว้ทัน วันที่พิเศษที่สุดคือวันที่นกทองทำนายว่าจะมีจดหมายสำคัญมาถึง และนั่นคือจดหมายแจ้งว่าแก้วได้รับทุนไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศ
แต่แก้วก็ยังคงได้ยินแค่ท่อนสุดท้ายของทุกเพลง จนกระทั่งวันหนึ่ง เธอไม่ได้ยินเสียงร้องของมันอีกเลย
"นกทองไปไหนแล้วเหรอคะ?" แก้วถามคุณยายด้วยความตกใจ เพราะเพิ่งตระหนักว่าเธอคุ้นเคยกับการมีมันอยู่ที่หน้าต่างทุกเช้ามากเพียงใด
"มันบินจากไปแล้วจ้ะ" คุณยายตอบ น้ำเสียงเศร้าเล็กน้อย "นกทองจะอยู่ที่ไหนสักที่เพียงหนึ่งฤดูกาล แล้วก็จะบินจากไป ไม่มีใครรู้ว่ามันจะกลับมาเมื่อไหร่ หรือจะกลับมาอีกหรือเปล่า"
แก้วรู้สึกเหมือนหัวใจหล่นวูบ เธอนึกถึงทุกเช้าที่เธอผลัดวันประกันพรุ่ง ทุกครั้งที่เธอเลือกความสบายเล็กๆ น้อยๆ แทนที่จะลุกขึ้นมาฟังเพลงอันแสนวิเศษ
"ยายเคยได้ยินเพลงของมันครบทุกเพลงไหมคะ?" แก้วถาม น้ำตาคลอ
"ได้ยินทุกเพลงจ้ะ" คุณยายยิ้มอย่างอ่อนโยน "และทุกเพลงล้วนทำให้ยายได้เห็นความพิเศษของแต่ละวัน… แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ การตื่นขึ้นมาฟังมันร้องทุกเช้า ทำให้ยายเรียนรู้ที่จะมองหาและชื่นชมสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน แม้ในวันที่ดูเหมือนจะธรรมดาที่สุด"
แก้วนั่งเงียบ ในใจรู้สึกเคว้งคว้าง เธอนึกถึงทุกเช้าที่เธอได้ยินเพียงท่อนสุดท้ายของเพลง เธอไม่เพียงแต่พลาดเพลงอันไพเราะ แต่ยังพลาดโอกาสที่จะได้เห็นความพิเศษในแต่ละวัน พลาดที่จะได้เตรียมตัวรับสิ่งดีๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น และที่สำคัญที่สุด เธอพลาดโอกาสที่จะได้เรียนรู้ที่จะมองโลกในแง่ดีเหมือนคุณยาย
"บางทีโอกาสดีๆ ก็เหมือนนกทองนะจ๊ะ" คุณยายกอดหลานสาวไว้ "มันอาจจะอยู่กับเราแค่ชั่วคราว ถ้าเราไม่รีบคว้าไว้ มันก็จะบินจากไป และเราอาจจะไม่ได้เจอมันอีก บางทีสิ่งสำคัญอาจไม่ใช่แค่การไม่พลาดโอกาส แต่เป็นการเปิดใจให้เห็นความงดงามของทุกโอกาสที่ผ่านเข้ามาในชีวิต"
ตั้งแต่นั้นมา แก้วเริ่มตื่นแต่เช้าทุกวัน แม้จะไม่มีนกทองมาร้องเพลงให้ฟังแล้ว แต่เธอก็พบว่าทุกเช้ามีความพิเศษในแบบของมันเอง บางวันเธอได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นสีทองอร่าม บางวันได้ยินเสียงนกอื่นๆ ร้องเพลงต้อนรับวันใหม่ บางวันได้กลิ่นดอกไม้หอมๆ ในสวน
เธอเข้าใจแล้วว่า ทุกวันล้วนมีของขวัญพิเศษซ่อนอยู่ แต่เราต้องพร้อมที่จะตื่นขึ้นมารับมัน เพราะบางครั้ง โอกาสดีๆ ก็เหมือนนกทองที่บินผ่านมาในชีวิตเรา หากเราไม่รีบคว้าไว้ มันอาจจะบินจากไปโดยไม่หวนกลับมาอีกเลย
นิทานจบลง แต่คำถามอาจเพิ่งเริ่มต้นในใจเรา












