บทเพลงจากดวงใจ
“ครูดนตรีไม่จำเป็นต้องได้ยินเสียงเพลงก็สอนได้” . ประโยคนั้นดังก้องในหัวของอาจารย์วีระ ขณะที่เขานั่งอยู่ในห้องซ้อมดนตรีเก่าๆ ของโรงเรียนประจำอำเภอแห่งหนึ่ง มือข้างหนึ่งแตะที่เปียโนต
“ครูดนตรีไม่จำเป็นต้องได้ยินเสียงเพลงก็สอนได้” . ประโยคนั้นดังก้องในหัวของอาจารย์วีระ ขณะที่เขานั่งอยู่ในห้องซ้อมดนตรีเก่าๆ ของโรงเรียนประจำอำเภอแห่งหนึ่ง มือข้างหนึ่งแตะที่เปียโนต
ในส่วนลึกของจิตใจมนุษย์ ความอิจฉาเป็นเหมือนกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนตัวตนของผู้มอง เมื่อเราเห็นความสำเร็จของผู้อื่น กระจกบานนี้จะเผยให้เห็นว่าเราเป็นเช่นไร ผู้ที่จะฉุดรั้งทำลายเพื่อให้
“อย่าไปหาหมอคนนั้นเลย เขาคงฟอกเงินไม่ก็ทดลองยากับคนไข้แน่ๆ ไม่งั้นทำไมถึงไม่คิดเงิน” . เสียงซุบซิบนินทาดังแว่วมาตามลม ขณะที่หมอหญิงวัยกลางคนกำลังก้มหน้าก้มตาดูแลแปลงผักสมุนไพรหลังค
เสียงสวดมนต์แผ่วเบาดังมาจากกุฏิเล็กๆ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย หลวงพ่อเทียนนั่งสงบนิ่ง ดวงตาสว่างไสว “โยมรู้ไหม…” หลวงพ่อเอ่ยเบาๆ “ว่าทำไมอาตมาถึงได้บวช” ผมนั่งฟังอย่างตั้งใจ เสีย
คนพาลที่น่ากลัวที่สุด มิใช่ผู้ที่ทำผิดด้วยความไม่รู้ แต่คือผู้ที่ “ทำบาปทั้งรู้ และยังกล้าบิดเบือนความจริง แม้ความจริงจะประจักษ์แจ้งต่อหน้า” . . นี่คือภัยร้ายแรงที่สุด เพราะ “เมื่อ
“น้ำไม่เคยเลือกเส้นทาง มันไหลไปที่ที่ต้องการมันที่สุด ผ่านซอกหิน ร่องเขา เพื่อหล่อเลี้ยงทุกชีวิตที่อยู่เบื้องล่าง…” … คำพูดของพ่อยังก้องอยู่ในหัวของหญิงสาว ขณะที่เธอนั่งอยู่ในร
“ไม่มีความทุกข์ใดในโลก จะยิ่งไปกว่าการอยู่ร่วมกับคนที่ไม่เป็นที่รัก” คำกล่าวนี้สะท้อนความจริงอันลึกซึ้ง เมื่อเราต้องพบกับสภาวะที่ต้องอยู่ร่วมกับคนพาล ผู้ซึ่งนำพาความทุกข์มาสู่จิตวิ
พิมเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆ ที่ชอบวิ่งไปวิ่งมาเหมือนผีเสื้อน้อย วันๆ เธอมีกิจกรรมมากมายจนแทบไม่มีเวลาหายใจ เช้าไปโรงเรียน บ่ายๆเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ เย็นเรียนดนตรี เสาร์อาทิตย์ก็มีเรียน
ความกลัวไม่เพียงเป็นอารมณ์พื้นฐานที่ครอบงำปัจเจกบุคคล แต่ยังเป็นรากเหง้าของความรุนแรงในสังคม เมื่อความกลัวฝังรากลึกในจิตใจตั้งแต่วัยเด็ก มันจะกลายเป็นเข็มทิศที่ชี้นำการตัดสินใจในชี
ในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง มีต้นไม้พิเศษต้นหนึ่งที่ไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดขึ้นมาตั้งแต่เมื่อใด ชาวบ้านเรียกมันว่า “ต้นไม้แห่งน้ำตา” เพราะยามค่ำคืน ใบของมันจะเรืองแสงอ่อนๆ และหากมีผู้ใ
No account yet?
Create an Account