Blog, Short Stories & Reflections

ริษยา ไฟนรกเผาใจ

OMG NATURAL LEGACY

เรื่องเล่าและบทความเพื่อการกลับมาเห็นชีวิตตามความเป็นจริง

“สรรพสิ่งไร้ตัวตน”

พระพุทธเจ้าตรัสสั้นๆ แต่มนุษย์จำนวนมากทั้งชีวิตก็ยังไม่เข้าใจ

เพราะความหลงนี้เอง มนุษย์จึงสร้าง “ตัวกู” ขึ้นมา

พอมีตัวกู ก็ต้องมีตัวมึง

พอมีเขามีเรา ก็เริ่มเปรียบเทียบ

พอเปรียบเทียบ ไฟริษยาก็ลุกโชน

ริษยาไม่ใช่แค่อารมณ์ชั่ววูบ

มันคือไฟนรกที่แผดเผาจิตใจได้ตลอดทั้งชีวิต

กัดกินจากข้างในจนกลายเป็นมะเร็งร้ายของจิตวิญญาณ

กลไกแห่งความโง่เขลา

คนที่ถูกไฟริษยาครอบงำ

เหมือนคนกำลังจมน้ำแต่ดิ้นรนด้วยวิธีที่ทำให้จมลึกกว่าเดิม

ขั้นแรก: เห็นคนอื่นดีกว่า

ใจรู้สึกต้อยต่ำ เจ็บปวด แสบร้อน

เหมือนถูกมีดแทงเข้าที่หัวใจ

ขั้นสอง: พยายามยกตัวเอง

อวดของแพง แสดงชีวิตหรู

สร้างภาพว่าตัวเองประสบความสำเร็จ

แต่ยิ่งสร้างภาพ ความว่างเปล่าข้างในยิ่งกัดกิน

ขั้นสาม: เมื่อยกตัวเองไม่ไหว ก็กดคนอื่น

นินทา ใส่ร้าย ดูถูก เหยียดหยาม

หาจุดอ่อนของคนอื่นมาทำให้เขารู้สึกต่ำต้อย

เพื่อให้ตัวเองรู้สึกสูงขึ้น

ขั้นสี่: วงจรอุบาทว์

ยิ่งทำชั่ว ยิ่งรู้สึกแย่กับตัวเอง

ยิ่งรู้สึกแย่ ยิ่งต้องทำชั่วมากขึ้น

จนกลายเป็นวงจรที่ไร้ทางออก

นี่คือความโง่เขลาสูงสุด

เหมือนคนป่วยที่กินยาพิษเพื่อรักษาโรค

ยิ่งกิน ยิ่งป่วยหนัก

แต่ก็ยังคิดว่านี่คือทางรักษา

สังคมแห่งหน้ากาก

ยุคนี้ ไฟริษยาลุกลามด้วยเทคโนโลยี

ทุกคนมีเวทีให้แสดง มีผู้ชมให้เปรียบเทียบ

เช้าตื่นมาเปิดโทรศัพท์

เห็นคนอื่นกินหรู เที่ยวต่างประเทศ

ขับรถคันงาม มีแฟนหน้าตาดี ประสบความสำเร็จ

ใจเริ่มแสบร้อน รู้สึกว่าชีวิตตัวเองล้มเหลว

จึงต้องสร้างภาพบ้าง

ถ่ายรูปอาหารมื้อแพงที่ไม่ได้อยากกิน

ดิ้นรนหาสิ่งของมาถ่ายรูป

สร้างเรื่องราวที่ไม่เคยเกิดขึ้น

แม้ชีวิตจริงแสวงหาอย่างทุจริตหรือเต็มไปด้วยหนี้สิน

แต่ชีวิตในจอต้องดูรุ่งเรือง

ยิ่งช่องว่างระหว่างความจริงกับภาพที่สร้างห่างกันมาก

ความทุกข์ก็ยิ่งทวีคูณ

ทำไปเพื่ออะไร?

เพื่อให้คนที่ไม่สนใจเรามากดไลค์?

เพื่อให้คนที่เราไม่รู้จักมาอิจฉา?

เพื่อให้คนที่แอบดูถูกเรามาชื่นชม?

ไม่มีใครสนใจใครจริงๆ หรอก

ทุกคนกำลังยุ่งกับการแสดงละครของตัวเอง

ไม่มีเวลามานั่งชื่นชมละครของคุณ

แม้แต่คนที่คุณพยายามทำให้ประทับใจ

เขาก็กำลังคิดว่าจะทำยังไงให้คนอื่นประทับใจเขา

เหมือนคนตาบอด 100 คน

ต่างคนต่างพยายามอวดกันว่าใส่เสื้อสีอะไร

แต่ไม่มีใครเห็นใคร

ทุกคนแค่พูดไปเรื่อย โดยไม่มีใครฟัง

เบียดเบียนแบบแยบยล

สังคมริษยาไม่ได้ทำร้ายกันตรงๆ

แต่คือการแทงมีดแล้วลูบหลัง เหยียบแล้วประคอง

พูดเหมือนห่วงใย แต่ซ่อนพิษอยู่ภายใน

ยิ้มอวยพรต่อหน้า แต่ในใจอยากให้ล้ม

แสดงออกว่ารักกัน แต่เมื่อใครพลาดกลับแอบดีใจ

เมื่อเห็นคนอื่นป่วย หย่าร้าง ตกงาน ล้มละลาย

ปากพูดปลอบโยน แต่ใจแอบกระหยิ่ม

รู้สึกอิ่มเอมราวกับได้ชัยชนะโดยไม่ต้องสู้

นี่คือจิตใจที่ตกต่ำที่สุดของมนุษย์

เมื่อไฟริษยาเผาไหม้จนความละอายต่อบาปหายไป

ความเกรงกลัวต่อผลกรรมก็ดับสิ้น

แต่ยังหลอกตัวเองว่าไม่ใช่ความริษยา

แค่เป็นห่วงไม่อยากให้เขาหลงตัว

แค่พูดความจริงเพื่อเตือนสติ

แค่ต้องการความเป็นธรรม ไม่ได้คิดร้ายใคร

คนโง่ย่อมคบคนโง่ คนชั่วย่อมชอบคนชั่ว

เกาะกลุ่มกันแน่น แต่แอบกัดกินกันเอง

ยิ้มให้กันตอนเจอ แต่ลับหลังนินทา

ช่วยกันแค่พอไม่ให้ตาย แต่ไม่ให้ดีกว่าตัวเอง

ต่างคนต่างสร้างทุกข์ให้กันและกัน

ทุกคนเป็นทั้งผู้ทำร้ายและถูกทำร้าย

หมุนวนอยู่ในวงจรแห่งความริษยาที่ไม่มีวันจบ

ไม่ต้องรอตาย นรกอยู่ตรงนี้แล้ว

กลุ่มคนที่จมอยู่ในไฟริษยาด้วยกัน

แผดเผาตัวเองและคนรอบข้างไม่มีวันหยุด

นี่แหละคือความโง่สูงสุด

เมื่อมนุษย์ใช้ชีวิตทั้งชีวิตสร้างทุกข์ให้ตัวเองและผู้อื่น

แล้วยังคิดว่านี่คือวิธีที่ถูกต้อง

ตื่นเถิด! ความจริงที่ต้องเผชิญ

คนที่คุณริษยา อีกไม่นานก็ตาย

คุณเองอีกไม่นานก็ตาย

ทรัพย์สมบัติ ชื่อเสียง รูปร่างหน้าตา

ทั้งหมดคือความว่างเปล่า

การแข่งขันกับความว่างเปล่า

การริษยากับสิ่งที่ไม่มีตัวตน

นี่คือความเขลาที่สุดของมนุษย์

ทุกขณะจิต เรามีทางเลือก

จะเลือกจมอยู่กับไฟริษยา หรือจะหลุดพ้น

จะเลือกเป็นทาสของการเปรียบเทียบ หรือจะเป็นอิสระ

จะเลือกสร้างนรกให้ตัวเอง หรือจะดับไฟนรกนั้นเสีย

ความริษยาไม่ได้มาจากข้างนอก

มันเกิดจากความเห็นผิดข้างใน

แก้ที่ความเห็น ไฟริษยาก็ดับลง

พระพุทธเจ้าชี้ทางไว้แล้ว

เหลือแต่เราจะเดินหรือไม่เดิน

อย่าให้ต้องตายไปพร้อมกับความเสียใจ

ด้วยการใช้ทั้งชีวิตไปกับการแบกกองไฟที่ไม่มีอยู่จริง

ตื่นเถิด ก่อนที่จะสายเกินไป

อ่านต่อในชุดเดียวกัน

มงกุฎคนดี
กับดักคนดี
อีโก้