Stories for the Heart, Short Stories & Reflections

เปลวไฟในหอสมุดดอเล็กซานเดรีย1

NITHAN JAI · นิทานใจ

เรื่องเล่าที่ชวนให้กลับมาฟังเสียงข้างใน

อาชาสีดำตัวโปรดของจูเลียส ซีซาร์ย่ำเท้ากระทบพื้นอย่างหนักแน่น ขณะที่นายทหารโรมันนับพันเดินตามหลังเขา เสียงบู๊ตกระทบพื้นหินของเมืองอเล็กซานเดรียดังกึกก้องไปทั่ว ท้องฟ้าอียิปต์ในฤดูใบไม้ร่วง 48 ปีก่อนคริสตกาลนั้นปลอดโปร่ง แต่กลับมีเมฆทะมึนของสงครามกลางเมืองปกคลุมอยู่

ซีซาร์ไล่ตามปอมเปย์ มาเจนัส คู่แข่งตัวฉกาจมาถึงอียิปต์ แต่เขาไม่รู้ว่าปอมเปย์ถูกประหารโดยคำสั่งของกษัตริย์ตอลมี ที่ 13 ไปแล้ว แต่นั่นไม่ได้ทำให้ซีซาร์หยุดการบุกเข้าเมือง เพราะเขายังมีเหตุผลอื่นในการมาที่นี่…

ท่ามกลางความโกลาหลของสงคราม นักปราชญ์หนุ่มชาวอเล็กซานเดรียนามว่า "ธีออน" ต้องเร่งฝีเท้าฝ่าฝูงชนที่แตกตื่น เขาสวมเสื้อคลุมสีขาวที่เปรอะเปื้อนฝุ่นและเขม่า ในมือถือม้วนกระดาษปาปิรุสหลายม้วนแนบอก ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวลและความกลัว

"รีบเข้าไปในหอสมุดเดี๋ยวนี้!" เสียงตะโกนของหญิงสาวดังแทรกเสียงอื้ออึง

ธีออนหันไปมองต้นเสียง เป็นหญิงสาวในชุดธรรมดาที่ดูไม่โดดเด่น แต่แววตาเด็ดเดี่ยวและท่วงท่าสง่างามกลับบ่งบอกว่าเธอไม่ใช่คนธรรมดา

"ท่านเป็นใคร?" ธีออนถาม กระชับม้วนปาปิรุสแน่นขึ้น

"ฉันคือเคลโอพัตรา ราชินีที่แท้จริงของอียิปต์" หญิงสาวกระซิบตอบ "และคงไม่นานจนกว่าโรมันจะรู้ตัว เราต้องรีบช่วยกันรักษาสมบัติล้ำค่าที่สุดของเมืองนี้ไว้"

ธีออนตกใจจนแทบทำม้วนปาปิรุสหล่น เคลโอพัตราที่ถูกขับออกจากราชสำนักโดยน้องชายของเธอเอง กษัตริย์ตอลมี ที่ 13 ตอนนี้ได้แอบกลับเข้ามาในเมืองหลวงแล้ว

"แต่ทหารโรมันกำลังบุกเข้ามา… หอสมุดของเราคงอยู่ไม่รอด" ธีออนกล่าวอย่างสิ้นหวัง

"เราไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้น แต่สิ่งที่รู้คือความรู้นับพันปีในม้วนปาปิรุสเหล่านี้ต้องไม่สูญหาย" เคลโอพัตราตอบอย่างหนักแน่น

ทั้งสองเร่งฝีเท้าไปยังหอสมุดอเล็กซานเดรีย อาคารใหญ่อลังการที่เป็นศูนย์กลางความรู้ของโลกในยุคนั้น ภายในบรรจุม้วนปาปิรุสกว่า 700,000 ม้วน รวบรวมความรู้ทั้งในด้านปรัชญา คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ การแพทย์ และศิลปะจากทั่วทุกมุมโลก

เมื่อถึงหอสมุด นักปราชญ์และบรรณารักษ์จำนวนมากกำลังขนย้ายม้วนปาปิรุสอย่างเร่งรีบ

"เราต้องแยกม้วนปาปิรุสออกเป็นสองส่วน" เคลโอพัตราออกคำสั่ง "ส่วนที่มีอยู่หลายชุด ให้เก็บไว้ที่นี่ ส่วนที่มีเพียงชุดเดียวในโลก ต้องขนย้ายไปที่วิหารเซราปิส ฝั่งตะวันตกของเมือง"

ธีออนพยักหน้าเข้าใจ เขาดูแลการคัดแยกม้วนปาปิรุส ขณะที่เคลโอพัตราพยายามรวบรวมคนช่วยขนย้าย พวกเขาทำงานอย่างไม่หยุดพัก ท่ามกลางเสียงตะโกนและเสียงอาวุธที่ดังใกล้เข้ามาทุกที

"ธีออน!" เคลโอพัตราเรียก "ท่านไปกับคณะคนที่นำม้วนปาปิรุสไปวิหารเซราปิส ข้าจะอยู่ที่นี่"

"แต่พระองค์จะ…"

"ข้าต้องพบกับซีซาร์" เคลโอพัตราตัดบท "นี่เป็นเกมการเมือง และข้าต้องเล่นให้ชนะเพื่อปกป้องอียิปต์… และปกป้องความรู้เหล่านี้"

เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา เปลวเพลิงก็ลุกไหม้บริเวณท่าเรือและกำลังลามเข้ามายังพื้นที่ใกล้หอสมุด ไม่มีใครแน่ใจว่าไฟเริ่มจากฝ่ายใดกันแน่ บางคนบอกว่าซีซาร์สั่งให้จุดไฟเผาเรือข้าศึก บางคนบอกว่าเป็นอุบัติเหตุ แต่ไม่ว่าอย่างไร เปลวเพลิงกำลังคืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ธีออนและคณะขนย้ายม้วนปาปิรุสล้ำค่าถึงวิหารเซราปิสอย่างปลอดภัย แต่เขายังเป็นห่วงสถานการณ์ที่หอสมุดใหญ่และเป็นห่วงเคลโอพัตรา

"ท่านต้องอยู่ที่นี่" บรรณารักษ์อาวุโสสั่ง "พวกเราต้องการท่านในการจัดระบบองค์ความรู้ใหม่"

แต่ธีออนไม่อาจนั่งรอได้ เขาเดินกลับไปยังหอสมุดผ่านถนนที่เต็มไปด้วยทหารโรมันและควันไฟ

เมื่อถึงที่นั่น ภาพที่เห็นทำให้หัวใจเขาแทบหยุดเต้น หอสมุดบางส่วนถูกไฟไหม้ ม้วนปาปิรุสจำนวนมากถูกเผาเป็นจุณ นักปราชญ์หลายคนกำลังพยายามกู้ม้วนปาปิรุสที่เหลือออกมา

"เคลโอพัตราอยู่ที่ไหน?" เขาถามนักปราชญ์คนหนึ่ง

"ได้ยินว่าพระนางถูกนำตัวไปพบซีซาร์ที่พระราชวัง"

ธีออนเดินอย่างหมดอาลัยท่ามกลางซากปรักหักพัง ความรู้มากมายที่สะสมมานับพันปีกำลังมอดไหม้ต่อหน้าต่อตา เขาเก็บม้วนปาปิรุสที่ไหม้เกรียมบางส่วนขึ้นมา และนั่งลงร้องไห้อย่างสิ้นหวัง

"โลกจะไม่มีวันรู้ว่าพวกเราเคยค้นพบอะไรบ้าง… ความรู้ทั้งหมดนี้… หายไปในเปลวเพลิง"


สามเดือนต่อมา สงครามในอเล็กซานเดรียสิ้นสุดลง ซีซาร์ชนะและสถาปนาเคลโอพัตราขึ้นเป็นราชินีอียิปต์ร่วมกับน้องชายของเธอ แต่ในความเป็นจริง เคลโอพัตราคือผู้มีอำนาจที่แท้จริง ด้วยการสนับสนุนจากซีซาร์ที่ตกหลุมรักในตัวเธอ

ธีออนถูกเรียกตัวไปพบเคลโอพัตราที่พระราชวัง เขาเดินเข้าไปในห้องโถงอันวิจิตรด้วยความประหม่า ที่นั่น เคลโอพัตรานั่งอยู่บนบัลลังก์ เธอสวมมงกุฎอียิปต์และชุดราชินีสีขาวทองอย่างสง่างาม

"ธีออน นักปราชญ์ผู้ซื่อสัตย์" เคลโอพัตรากล่าวด้วยรอยยิ้ม "เราต้องขอบคุณท่านมากสำหรับความช่วยเหลือในการรักษาม้วนปาปิรุส"

ธีออนโค้งคำนับ "หม่อมฉันเสียใจด้วยกับความเสียหายที่เกิดขึ้นกับหอสมุด พระองค์"

"ใช่ มันเป็นความสูญเสียอันยิ่งใหญ่" เคลโอพัตราพยักหน้า นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเศร้า "แต่เรายังมีวิหารเซราปิสและม้วนปาปิรุสล้ำค่ารอด และเรามีแผนที่จะสร้างมันขึ้นใหม่"

"สร้างใหม่?" ธีออนถามอย่างประหลาดใจ

"ใช่ เราไม่สามารถเรียกคืนสิ่งที่สูญเสียไปแล้ว แต่เราสามารถสร้างอนาคตใหม่ได้" เคลโอพัตรากล่าว "เราได้เจรจากับซีซาร์แล้ว เขาเห็นคุณค่าของความรู้ และตกลงที่จะช่วยเราสร้างหอสมุดขึ้นใหม่"

เคลโอพัตราลุกขึ้นจากบัลลังก์ เดินมาที่หน้าต่างพระราชวังที่มองเห็นทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและเมืองอเล็กซานเดรียที่กำลังฟื้นตัวจากสงคราม

"มีคำกล่าวโบราณว่า ‘ความรู้คือพลัง’ แต่ข้าเชื่อว่า ‘ความรู้คือเมล็ดพันธุ์แห่งอนาคต’ ถ้าไม่มีความรู้ อารยธรรมของเราจะไม่สามารถเติบโตได้" เธอหันมาหาธีออน "และนั่นคือเหตุผลที่เราเรียกท่านมาพบวันนี้"

เคลโอพัตราเดินไปที่โต๊ะและหยิบม้วนปาปิรุสขึ้นมา "นี่คือพระราชโองการแต่งตั้งท่านเป็นหัวหน้าบรรณารักษ์ของหอสมุดแห่งใหม่ เราต้องการให้ท่านรวบรวมความรู้ทั้งจากม้วนปาปิรุสที่เหลือและจากผู้รู้ทั่วทั้งเมดิเตอร์เรเนียน เราจะสร้างหอสมุดที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม"

ธีออนรับม้วนปาปิรุสด้วยมือที่สั่นเทา "พระองค์… ทรงมั่นใจในตัวข้าน้อยหรือ?"

"ใช่" เคลโอพัตรายิ้ม "เพราะท่านเข้าใจคุณค่าที่แท้จริงของความรู้ ไม่ใช่แค่การเก็บสะสม แต่เป็นการรักษาและเผยแพร่"

โปรดติดตามตอนต่อไป…

นิทานจบลง แต่คำถามอาจเพิ่งเริ่มต้นในใจเรา