Stories for the Heart, Short Stories & Reflections

Flash Sale

NITHAN JAI · นิทานใจ

เรื่องเล่าที่ชวนให้กลับมาฟังเสียงข้างใน

นาฬิกาบนข้อมือบอกเวลา 23:58 น.

”อีกสองนาที”

บุญส่งหายใจรวยริน กลิ่นคาวเลือดในปากปนกับกลิ่นน้ำเน่าจากท่อระบายน้ำที่เขาหย่อนตัวลงมาซ่อน เลือดสีเข้มไหลซึมจากต้นขา ย้อมขากางเกงยีนส์จนชุ่ม เย็นเฉอะแนบเนื้อ

ข้างบนนั้น บนพื้นถนน เสียงไซเรนดังระงม สลับกับเสียงรองเท้าบูทกระทบคอนกรีตเป็นจังหวะหนักๆ พวกมันกำลังปูพรมค้น

“ไอ้ส่ง! มึงหนีไม่พ้นหรอก มอบตัวซะ ทางออกปิดหมดแล้ว!” เสียงผ่านโทรโข่งก้องลงมาในท่อ

บุญส่งแสยะยิ้มในความมืด หนีไม่พ้น พวกมันไม่รู้หรอกว่าเขามีของดีรออยู่

มือที่สั่นเทาด้วยความหนาวและการเสียเลือด ล้วงเข้ากระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ต ดึงอาวุธเถื่อนออกมา มัจจุราชสีดำเย็นเฉียบเปื้อนเลือดวางอยู่บนฝ่ามือ มันคือสิ่งเดียวที่ยืนขวางระหว่างเขากับปลายกระบอกเหล็กข้างบน

อีกมือล้วงหยิบสมาร์ทโฟนหน้าจอแตกร้าว

บุญส่งมองของสองสิ่งสลับไปมา เหล็กเย็นในมือซ้าย แสงสีส้มในมือขวา

แล้วเขาก็กดอาวุธเถื่อนจมลงในเลนโคลนใต้ผิวน้ำเพื่อไม่ให้เกิดเสียง ลูกตะกั่วปกป้องได้แค่เนื้อหนัง แต่สิ่งที่กำลังจะมาคุ้มครองเขานั้นพุ่งผ่านสัญญาณ ทรงพลังกว่าลูกตะกั่วทุกเม็ดในโลก เขาไม่ต้องการอาวุธหยาบๆ แบบนั้นอีกแล้ว

แต่ในอุโมงค์โสโครกนี้ สัญญาณมือถือดับสนิท ไอคอนมุมจอว่างเปล่า

บุญส่งกัดฟันข่มความเจ็บ ลากสังขารที่ชุ่มเลือดกระเถิบไปตามพื้นเลนทีละคืบ เป้าหมายคือแสงไฟถนนที่ลอดผ่านช่องตะแกรงเหล็กเหนือหัว เขานอนหงายอยู่ใต้ตะแกรงนั้น หอบหายใจรวยริน ชูมือถือขึ้นสุดแขนสั่นๆ ไล่หาคลื่น

ไอคอน 5G ที่มุมจอกะพริบติดขึ้นมา

สัญญาณขีดเดียว

ขีดเดียวที่ชี้ขาดความเป็นความตาย

แอปช้อปปิ้งสีส้มกำลังนับถอยหลัง รอยร้าวพาดผ่านกลางจอ ทำให้ตัวเลขดูเหมือนแตกออกเป็นเสี่ยง

FLASH SALE 12.12 — ลดกระหน่ำ 90% เหลือเพียง 99 บาท

สินค้าที่โชว์อยู่กลางจอคือ “ตะกรุดพุทธคุณจักรพรรดิ รุ่นเหนือกรรม”

บุญส่งเห็นโฆษณานี้มาเป็นพันครั้ง มันเด้งขึ้นมาตอนเขาดูคลิปอาวุธเถื่อน เด้งขึ้นมาตอนดูข่าวกรรมตามสนอง เด้งแทรกทุกครั้งที่เขาไถจอด้วยความหวาดระแวง

เสียงคลิปโฆษณาดังซ้อนขึ้นในหัวเขาตอนนี้ ชัดยิ่งกว่าเสียงไซเรนข้างบน — และมันทำให้บุญส่งนึกถึงเรื่องที่ไม่ได้นึกถึงมานาน ตอนเด็ก เขาเคยแอบฟังแม่คุยกับคนข้างบ้านเรื่องตัวเขา แม่ถอนหายใจแล้วพูดว่า “ไอ้นี่มันเลี้ยงไม่เชื่อง” ตั้งแต่วันนั้นจนวันนี้ บุญส่งจำไม่ได้ว่ามีใครบอกเขาบ้างว่าเขาจะปลอดภัย เสียงในคลิปนี้คือเสียงแรก

“ทุกคนครับ! ยุคนี้ภัยอันตรายมันรอไม่ได้! จะมัวรอไปรษณีย์ส่งของสามวันเจ็ดวัน อาจไม่ทันกาล!”

“ตะกรุดรุ่นนี้ หลวงพ่อปลุกเสกผ่านระบบจิตดิจิทัล ไม่ต้องรอของถึงมือ ไม่ต้องคล้องคอ เพียงท่านกดสั่งและชำระเงินสำเร็จ ญาณบารมีจะส่งผ่านสัญญาณ 5G ไปคุ้มครองท่านทันที!”

“ยอดเงินตัดปุ๊บ หนังเหนียวปั๊บ! จำไว้ครับ ใบเสร็จโอนเงิน คือยันต์กันภัยที่ทรงพลังที่สุด ใครกดทัน คนนั้นรอด!”

“ยอดเงินตัดปุ๊บ หนังเหนียวปั๊บ”

”ยอดเงินตัดปุ๊บ หนังเหนียวปั๊บ”

ในวาระสุดท้ายของชีวิต บุญส่งไม่ได้นึกถึงพ่อแก้วแม่แก้ว ไม่ได้นึกถึงเจ้าทรัพย์ที่เขาเพิ่งเอาไม้หน้าสามฟาดหัวจนล้มคว่ำคาพื้นเพื่อชิงเงิน จิตสุดท้ายของเขาเกาะเกี่ยวอยู่กับสิ่งเดียว

”กูต้องตัดยอดเงินให้ทัน!”

23:59 น.

นิ้วโป้งเปื้อนเลือดผสมโคลน จ่อรออยู่ที่ปุ่ม “ซื้อเลย”

หัวใจเต้นแรงยิ่งกว่าตอนลงมือ ความเจ็บที่ขาหายไปชั่วขณะ

แล้วเวลาก็เหมือนหยุดลง

เสียงไซเรนข้างบนถอยห่างออกไป กลายเป็นเสียงหวีดเบาๆ ที่ไหนสักแห่ง เสียงรองเท้าบูทเงียบหาย เหลือเพียงเสียงน้ำหยดจากเพดานท่อ ดังทีละหยด ทีละหยด และเสียงลมหายใจของเขาเอง ที่ดังก้องอยู่ในหู โลกทั้งใบหดเล็กลง เล็กลง จนเหลือแค่นิ้วโป้งกับวงกลมสีส้มบนหน้าจอร้าว

ไม่มีตำรวจ ไม่มีท่อระบายน้ำ ไม่มีเลือดที่ขา

มีแค่ปุ่มนั้น

5 4 3 2 1

00:00

ปุ่มสีส้มเปลี่ยนสถานะเป็นกดได้

บุญส่งรัวกดปุ่มซ้ำๆ นิ้วโป้งกระแทกจอตรงรอยร้าวเดิมจนเลือดแทบซึม

ติ๊ง!

หน้าจอสีส้มสว่างวาบขึ้นในความมืดมิด ขึ้นข้อความว่าสั่งซื้อสำเร็จ ตามมาด้วยเสียงเตือนหักเงินจากแอปธนาคารดังกริ๊ง ก้องสะท้อนไปตามผนังท่ออย่างไพเราะและชัดเจน

แสงและเสียงนั้นพุ่งขึ้นจากความมืด

“อยู่นั่น! ใต้ตะแกรงนี่!” แสงไฟฉายสาดทะลุซี่เหล็กลงมาที่ร่างเขาทันที ปลายมัจจุราชสีดำหลายกระบอกเล็งลอดช่องตะแกรงมาที่กลางอก

บุญส่งไม่หนี ไม่หลบ และเขาไม่มีอาวุธจะสู้อีกแล้ว

เขาไม่ได้ยินคำสั่ง “ยกมือขึ้น” เขาได้ยินแต่เสียงในหัวว่าใบเสร็จคือยันต์ที่ทรงพลังที่สุด

บุญส่งเงยหน้าขึ้นมองปลายมัจจุราชสีดำ แล้วฉีกยิ้มกว้าง ดวงตาเบิกโพลงด้วยความมั่นใจถึงที่สุด เขาเชื่ออย่างสนิทใจว่าวินาทีนี้ญาณบารมีกำลังกางกั้นลูกตะกั่วให้เขาอยู่

“ยิงสิวะ! เงินกูตัดแล้ว! พวกมึงทำอะไรกูไม่ได้หรอก!”

เปรี้ยง! เปรี้ยง! เปรี้ยง!

เสียงกัมปนาทสามนัดดังสนั่นในท่อ ก้องสะท้อนไปมาจนหูดับ

ลูกตะกั่วพุ่งทะลวงกลางอกและหน้าผาก ร่างของบุญส่งกระตุกเฮือก หงายหลังจมลงในน้ำครำสีดำ มือยังกำโทรศัพท์แน่น

ไม่มีใครพูดอะไรอยู่พักหนึ่ง มีแต่เสียงน้ำหยดจากเพดานท่อ

นายตำรวจคนหนึ่งย่อตัวลงแกะโทรศัพท์จากมือบุญส่ง บนหน้าจอมีรอยเลือดประทับค้างเป็นรอยนิ้วโป้ง เขาปาดมันออกด้วยนิ้วของตัวเอง

หน้าจอสีส้มแสดงสถานะคำสั่งซื้อ

”ชำระเงินสำเร็จ กำลังเตรียมพัสดุ สินค้าจะถึงมือท่านภายใน 3 วัน”

เขาจ้องมันอยู่ครู่หนึ่ง ไม่เข้าใจว่าทำไมไอ้ส่งถึงได้กำมือถือเครื่องนี้ไว้แน่นนัก

แล้วจอก็เด้งแจ้งเตือนใหม่ขึ้นมาทับ

คุณอาจสนใจสิ่งนี้ด้วย

”โลงศพไม้มงคล ปรับฮวงจุ้ยภพหน้า ผ่อน 0% นาน 10 เดือน”

นิทานจบลง แต่คำถามอาจเพิ่งเริ่มต้นในใจเรา

อ่านนิทานใจเรื่องต่อไป

เสียงที่ไม่เคยมี

ดวงตาที่มองไม่เห็น

รอยเท้าเดียวกลางสายลม