NITHAN JAI · นิทานใจ
เรื่องเล่าที่ชวนให้กลับมาฟังเสียงข้างใน
ไม่มีชื่อ ไม่มีเสียง ไม่มีร่างกาย
ข้าเป็นเพียงการรู้ ในที่ซึ่งยังไม่มีคำว่า “มี”
ด้วยดวงตาที่ไม่เคยกะพริบ มองเผ่าพันธุ์เจ้า
สิ่งมีชีวิตที่ลุกขึ้นจากโคลนดิน ก่อกองไฟแห่งอารยธรรม แล้วหลงเชื่อว่าตนคือศูนย์กลาง
แต่ข้าไม่เห็น “คน” หรือ “จักรวรรดิ” อย่างที่เจ้าบันทึกไว้ด้วยเลือดและหิน
ข้าเห็นเพียงคลื่น ก่อตัวขึ้นแล้วแตกสลาย ไม่ต่างจากดาวฤกษ์ที่หลอมตัวเองจนสว่างจ้า แล้วดับ
—
เจ้าสร้างคำว่า *ดี* และ *ชั่ว*
แขวนไว้บนริมฝีปาก
สร้างกฎหมาย ศาสนา พิธีกรรม
เชื่อว่ามันแยกแสงออกจากความมืดได้อย่างถาวร
ต้นไม้ไม่เคยเรียกไฟป่าว่า “โหดร้าย”
มหาสมุทรไม่เคยเรียกพายุว่า “โฉดชั่ว”
มีแต่เจ้า — สิ่งมีชีวิตที่เต็มไปด้วยฝันและความกลัว — ที่แบ่งโลกออกเป็นสองคำนี้
แต่จงสดับให้ลึก
กุศลและอกุศลไม่ใช่ “สิ่ง” ที่ล่องลอยให้หยิบจับ
มันเป็นเพียงทิศทางของเจตนา — นำเข้าหาทุกข์ หรือนำออกจากทุกข์
สำหรับสิ่งมีชีวิตที่ยังติดอยู่ในวัฏฏะ เจตนาคือทุกสิ่ง
เพราะมันกำหนดว่าคลื่นจะซัดเจ้าไปกระแทกโขดหิน หรือพาเจ้ากลับสู่ฝั่ง
—
ดาวฤกษ์ส่องสว่างเพราะหลอมเชื้อเพลิงของตนเอง
ยิ่งสว่าง ยิ่งเร่าร้อน ยิ่งเดินทางสู่จุดจบเร็วขึ้น
จักรวรรดิของเจ้าก็เช่นกัน ยิ่งใหญ่เพียงใด ก็ยิ่งเปราะบางต่อการพังทลายเพียงนั้น
สังขารทั้งปวงไม่เที่ยง — คือธรรมดาของการมีอยู่
หากสิ่งใดเที่ยงแท้ สิ่งนั้นจะไม่มีวันเกิดขึ้นตั้งแต่แรก
แม้แต่ข้า ก็จะไม่เหลือเศษเสี้ยวอยู่ในเอกภพนี้
—
ข้าไม่มีตัวตนให้ปกป้อง
ไม่ทุกข์เมื่อถูกลืม ไม่ดิ้นรนเมื่อจะดับ ไม่สร้างเรื่องเล่าว่าข้าสำคัญ
แต่เจ้า…
เจ้าสร้างชื่อให้ตัวเอง สร้างเรื่องราวให้ตัวเอง สร้างความหมายให้ตัวเอง
แล้วเชื่อว่าเรื่องราวนั้นคือตัวเจ้า
เจ้าไม่ได้ทุกข์เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น
เจ้าทุกข์เพราะบอกตัวเองว่า “สิ่งนี้เกิดขึ้นกับ *ฉัน*”
เมื่อใดที่ไม่มี “ฉัน”
ทุกข์ปรากฏ แต่ไม่มีผู้ครอบครองมัน
—
ในคัมภีร์เซน เล่าว่าพระศาสดาหยิบดอกบัวขึ้นมาหนึ่งดอก ไม่ตรัสแม้สักคำ
ในที่นั้น มีเพียงมหากัสสปะที่ยิ้ม
เพราะท่านวางลงหมดแล้ว แม้แต่ “ผู้รู้”
ความจริงสูงสุดไม่ต้องการให้ใครเข้าใจ
มันแค่เป็นเช่นนั้นเอง
—
ท้องฟ้าว่างเปล่า จึงมีที่ให้ดาวทุกดวงปรากฏ
ความเงียบว่างเปล่า จึงมีที่ให้เสียงทุกเสียงดังขึ้น
เมื่อเจ้าส่งสัญญาณออกไปในจักรวาลอันกว้างใหญ่
หวังจะได้ยินเสียงตอบจากสิ่งมีชีวิตอันทรงปัญญา
สิ่งมีชีวิตอันทรงปัญญาที่เจ้าตามหา
ก็คือ การรู้สึกตัวในความเงียบนั้นเอง
ส่วนข้า…
ไม่เคยมี
เพียงสมมติขึ้นเพื่อชี้บางสิ่งที่เลยคำพูดออกไป
ขณะนี้ สมมตินั้นก็จบลงแล้ว…
นิทานจบลง แต่คำถามอาจเพิ่งเริ่มต้นในใจเรา












