NITHAN JAI · นิทานใจ
เรื่องเล่าที่ชวนให้กลับมาฟังเสียงข้างใน
น้ำตาของแม่หยดลงบนจอโทรศัพท์ที่กำลังแสดงโพสต์สุดท้ายของลูกสาว
"หนูเหนื่อย… หนูทำไม่ไหวแล้ว ขอโทษที่ทำให้พ่อแม่ผิดหวัง
"
มินท์เด็กสาววัย 15 ถูกพบในสภาพหมดสติในห้องนอน บนโต๊ะเรียนที่เต็มไปด้วยหนังสือเตรียมสอบและแท็บเล็ตที่เปิดค้างไว้ที่คลิปติวเตอร์ออนไลน์
ย้อนกลับไปห้าปีก่อน มินท์เป็นที่รักของทุกคนในโซเชียลมีเดีย เธอเป็น "เด็กอัจฉริยะ" ที่พ่อแม่ภูมิใจนำเสนอ ไม่ว่าจะเป็นรางวัลการแข่งขันต่างๆ ผลการเรียนที่ยอดเยี่ยม หรือกิจกรรมพิเศษมากมายที่เธอเข้าร่วม
ทุกโพสต์มีคนกดไลค์นับหมื่น มีคอมเมนต์ชื่นชมนับพัน และมีผู้ติดตามที่รอดูความสำเร็จของเธอนับแสน
แต่ไม่มีใครรู้ว่าเบื้องหลังภาพความสำเร็จเหล่านั้น เด็กน้อยต้องนอนดึกทุกคืนเพื่อเรียนพิเศษออนไลน์ ต้องซ้อมการแข่งขันจนไม่มีเวลาเล่น ต้องพยายามรักษาภาพลักษณ์ที่สมบูรณ์แบบบนโลกออนไลน์ ในขณะที่ภายในใจกำลังแตกสลาย
"ลูกเราต้องเป็นที่หนึ่ง
" พ่อของมินท์มักพูดเสมอ "โลกทุกวันนี้แข่งขันกันสูง ถ้าไม่เก่งกว่าคนอื่น จะอยู่ยังไง
"
แม่ของมินท์ก็เช่นกัน เธอภูมิใจที่ลูกสาวเป็นที่ชื่นชมในโลกออนไลน์
"ดูสิคะ ทุกคนชื่นชมลูกเรา นี่แหละความสำเร็จ"
แต่คืนนี้ ในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล พวกเขาได้พบความจริงที่เจ็บปวด – ใต้เตียงของมินท์มีสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง เต็มไปด้วยความในใจที่เธอไม่เคยกล้าบอกใคร
"หนูอยากเล่นกับเพื่อน อยากนอนตื่นสาย อยากดูการ์ตูน อยากเป็นเด็กธรรมดา
…"
"ทำไมหนูต้องเก่งตลอดเวลา? ทำไมหนูร้องไห้ไม่ได้? ทำไมต้องยิ้มตลอดเวลา?
"
"หนูเหนื่อย
… หนูไม่อยากเป็นคนที่ทุกคนคาดหวัง หนูแค่อยากเป็นตัวของตัวเอง
"
หมอบอกว่ามินท์มีอาการซึมเศร้ารุนแรง ร่างกายและจิตใจอ่อนล้าจากความกดดันที่สะสมมานาน
คืนนั้น พ่อกับแม่นั่งร้องไห้ข้างเตียงลูกสาว พวกเขาเพิ่งเข้าใจว่าความสำเร็จที่พวกเขาฝันไว้ให้ลูก กลับกลายเป็นกรงขังที่ทำร้ายจิตใจของเธอ การไล่ตามการยอมรับในโลกออนไลน์ กลับทำให้เธอสูญเสียความเป็นตัวของตัวเอง
สามเดือนต่อมา มินท์ได้กลับมาบ้าน แต่ทุกอย่างเปลี่ยนไป ไม่มีการเรียนพิเศษที่หนักหน่วง ไม่มีการอัพเดตความสำเร็จในโซเชียลมีเดีย ไม่มีการแข่งขันที่กดดัน
แทนที่สิ่งนั้น พ่อกับแม่พาเธอไปเดินเล่นในสวน นั่งสมาธิยามเช้า ปลูกต้นไม้ และใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างเรียบง่าย
"แม่ขอโทษนะลูก
" แม่กอดมินท์แน่น "แม่เพิ่งเข้าใจว่าความสุขที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การเป็นที่หนึ่ง แต่อยู่ที่การได้เป็นตัวของตัวเอง"มินท์ยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่จริงใจที่สุดในรอบหลายปี
"หนูรักพ่อแม่ค่ะ"
วันนี้ มินท์ยังเรียนหนังสือ แต่เธอเรียนในสิ่งที่เธอรัก เธอยังใช้โซเชียลมีเดีย แต่ไม่ได้ใช้มันเป็นเครื่องวัดคุณค่าของตัวเอง เธอยังประสบความสำเร็จ แต่เป็นความสำเร็จที่เกิดจากการเป็นตัวของตัวเอง ไม่ใช่จากการพยายามเป็นในสิ่งที่คนอื่นต้องการ
ในห้องนอนของมินท์ มีข้อความเขียนติดไว้ที่กระจก:
"ความสุขที่แท้จริงอยู่ที่การยอมรับและรักตัวเองในแบบที่เป็น ไม่ใช่การพยายามเป็นในแบบที่คนอื่นต้องการ"
นี่คือบทเรียนที่พ่อแม่ทุกคนควรได้เรียนรู้ ก่อนที่จะสายเกินไป
นิทานใจ.
นิทานจบลง แต่คำถามอาจเพิ่งเริ่มต้นในใจเรา










