นิทานใจ, เรื่องสั้น,ปรัชญา

ร้านซ่อมของหาย

NITHAN JAI · นิทานใจ

เรื่องเล่าที่ชวนให้กลับมาฟังเสียงข้างใน

ในตรอกแคบที่ลมพัดผ่านเหมือนกำลังเล่าเรื่องของตัวเอง

มีร้านหนึ่งอยู่มานานจนไม่มีใครจำได้ว่าเปิดมาตั้งแต่เมื่อไร

ป้ายหน้าร้านเขียนตัวโตว่า

“ร้านซ่อมของหาย”

คนเดินผ่านต่างหัวเราะ

“ของหายไปแล้วจะซ่อมยังไงกันล่ะ?”

แต่น่าแปลกที่มีลูกค้าไม่เคยขาด

เจ้าของร้านชื่อ “ลุงสหาย”

ชายวัยหกสิบกว่า ๆ ผมขาวฟู รอยยิ้มเหมือนคนที่รู้ความลับของโลก

บนโต๊ะทำงานเขามีไขควงเก่า ๆ ค้อนขึ้นสนิม ๆ

แต่แทบไม่เคยใช้มันเลย

วันหนึ่ง

“ป๊อป” เด็กส่งอาหารที่ซุ่มซ่ามเป็นเอกลักษณ์

เขาทำโทรศัพท์หล่นแตกเป็นครั้งที่สามในรอบเดือน

เขาเดินเข้าร้านลุงสหายอย่างหมดหวัง

“ลุงครับ มือถือผมพังอีกแล้ว ซ่อมได้ไหม?”

ลุงสหายมองหน้าป๊อปแป๊บหนึ่งแล้วบอก

“ได้สิ แต่ซ่อมเสร็จ ต้องตอบคำถามลุงข้อหนึ่งนะ”

ป๊อปพยักหน้า

เพราะคิดว่าแค่คำถาม ตอบได้แหละน่า

ลุงเปิดฝาหลังมือถือง่ายอย่างกับเปิดฝาหม้อแกง

แต่แทนที่จะบัดกรีหรือเปลี่ยนอะไหล่

เขาแค่สะกิดเศษดินเล็ก ๆ ออกจากตัวเครื่อง

แล้วปิดกลับเหมือนเดิม

มือถือกลับมาใช้ได้…อย่างน่าพิศวง

“นี่ลุงทำอะไรครับ?”

“แค่เอาของที่ไม่จำเป็นออก” ลุงตอบ

“ของมันไม่พังหรอกหากเราไม่ยัดส่วนเกินใส่ลงไป”

ป๊อปเกาหัวงง ๆ

มือถือติดก็โอเคแล้ว ไม่ต้องเข้าใจอะไรมาก

ลุงยิ้ม

“ทีนี้คำถาม… ของที่แกเสียไปจริง ๆ วันนี้คืออะไร?”

“ก็…มือถือไงลุง!”

“แน่ใจเหรอ?” ลุงถาม

“หรือจริง ๆ แล้ว…มันคือสติที่แกทำหล่นหายไปตั้งแต่เช้า?”

ป๊อปอึ้งไปแป๊บหนึ่ง

แล้วหัวเราะแห้ง ๆ

“ลุงนี่ตอนแรกเหมือนจะดุผม แต่ไม่ดุซะงั้น”

ลุงลูบหัวป๊อปเบา ๆ

“…เพราะสติซ่อมได้เอง ไม่ต้องมีคนดุ”

ป๊อปเดินออกจากร้านไป พลางคิดว่าลุงสหายพูดบ้า ๆ บอ ๆ ตามประสาคนแก่

แต่แปลก…ตั้งแต่วันนั้นเขาไม่ทำมือถือหล่นอีกเลย

ไม่กี่วันต่อมา

มีคุณป้าคนหนึ่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในร้าน

“ลุง! ลุงช่วยด้วย! แมวของฉันหายไป!”

ลุงสหายวางถ้วยชา

“ร้านนี้ซ่อมของหายนะ ไม่ได้ตามหาแมว”

“แต่ฉันอยากได้มันกลับมา!”

ลุงมองหน้าเธอนิ่ง ๆ ก่อนถาม

“แมวหนีไป หรือความผูกพันของป้าแตกสลายไป?”

คุณป้านิ่งไปครู่หนึ่ง

“หมายความว่ายังไงคะลุง?”

“แมวไม่เคยมีใครเป็นเจ้าของ

บางทีเขาไม่ได้หาย…

เขาแค่ไปใช้ชีวิตของเขา แล้วจะกลับเมื่อเขาอยากกลับ”

คุณป้าหน้ามุ่ย

“ลุง…แต่ฉันคิดถึงมันนี่นา”

ลุงยิ้ม

“ความคิดถึงน่ะดี…

แต่ความรู้สึกว่า ‘มันต้องเป็นของฉัน’ นี่แหละที่ต้องซ่อม”

คุณป้านั่งเงียบครู่หนึ่ง

ก่อนถอนหายใจยาว ๆ

“งั้นวันนี้ฉันฝากซ่อม…ความหวงของฉันได้ไหมลุง”

ลุงยิ้มอ่อน

“ทำเองก็ได้นะป้า แค่รู้ว่าแมวไม่ได้เป็นของเราตั้งแต่แรก

ก็ซ่อมไปครึ่งแล้ว”

สองวันต่อมา

เจ้าแมวเดินกลับบ้านเอง พร้อมดอกหญ้าติดหูมาดอกหนึ่ง

ป้าถ่ายรูปส่งให้ลุงทันที

ลุงตอบกลับแค่ประโยคเดียว

“เห็นไหม บางอย่างหายไปก็เพื่อจะกลับมาเอง”

เรื่องทีเด็ดสุดเกิดขึ้นปลายเดือน

เมื่อ “คุณดนย์”—นักธุรกิจใหญ่

เดินเข้าร้านพร้อมกระเป๋าเดินทางใบโต

“ผมมาซ่อม…ชีวิตครับลุง”

เขาวางกระเป๋าลงบนพื้นเหมือนวางก้อนอิฐหนักเท่าโลก

“โอ้โห ของมันหนักนะลูกเอ๊ย” ลุงสหายว่า

“ไหนดูซิว่ามันพังตรงไหน”

คุณดนย์เล่าเสียงแผ่ว

“ผมทำงานหนักเกินไป

ลูกไม่คุยด้วย ภรรยาไม่ยิ้ม ผมก็ไม่ยิ้ม

ผมไม่รู้ว่ามันเริ่มพังจากตรงไหน”

ลุงสหายเปิดกระเป๋าออก

ด้านในเต็มไปด้วย*ของแพงแต่ไร้ค่า*—

เช็คเงินสด, รางวัล, ภาพถ่ายขึ้นหน้าหนังสือพิมพ์

แต่ไม่มีรูปครอบครัว ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีของใช้ส่วนตัวเลยแม้ชิ้นเดียว

ลุงพยักหน้าช้า ๆ

“ของในกระเป๋านี้ซ่อมไม่ได้หรอกนะ

มันหายไปตั้งแต่ก่อนแกใส่ของพวกนี้ลงไปแล้ว”

คุณดนย์ตัวสั่น

“แล้วผมต้องทำไงครับลุง?”

ลุงสหายวางมือบนไหล่เขา

“วางของพวกนี้ลงก่อนลูก

คนเรารับอะไรใหม่ไม่ได้หรอก ถ้ายังแบกของแน่นจนไม่มีที่ว่าง”

ดนย์หลับตาอยู่ครู่หนึ่ง

แล้วค่อย ๆ หยิบของในกระเป๋าทิ้งลงทีละชิ้น

เหมือนปล่อยหินจากหลัง

เมื่อกระเป๋าว่างเปล่า

ลุงสหายปิดมันลง

“เสร็จแล้ว”

“เสร็จอะไรครับลุง?”

“ซ่อมแล้วไง” ลุงยิ้ม

“บางทีสิ่งที่เสีย…ไม่ใช่สิ่งของ

แต่คือส่วนเกินที่เราแบกมัน”

ดนย์เดินออกจากร้าน

ทิ้งกระเป๋าไว้

เขาหยุดแล้วหันมายิ้มเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

“ลุงครับ… ขอบคุณมากนะครับ”

ลุงตอบ

“ดีแล้วล่ะลูก

บางสิ่งหายไป…ก็เพราะเราเอาของหนักมาแบกไว้แทนตั้งแต่แรก”

ร้านลุงสหายเปิดอยู่ทุกวัน

แต่ไม่มีใครเคยเห็นลุงใช้ค้อนตอกตะปูเลย

เขาแค่ถามคำถามง่าย ๆ

ปล่อยให้ทุกคนซ่อมตัวเองโดยไม่รู้ตัว

มีแค่ป้ายที่ทิ้งท้ายอยู่หน้าประตู

ตัวเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครสังเกตจนกว่าจะเดินออกไป

“ของที่หาย ก็ต้องปล่อยมันไป

แต่สิ่งที่ซ่อมได้…มักอยู่ในใจ”

และทุกคนที่เดินออกไป

ล้วนรู้สึกแปลก ๆ เหมือนน้ำหนักในอกหายไป

นิทานจบลง แต่คำถามอาจเพิ่งเริ่มต้นในใจเรา

อ่านนิทานใจเรื่องต่อไป

สนามเด็กเล่น

กระบี่ไร้กระบวนท่า

ออเดอร์หมายเลข 108