NITHAN JAI · นิทานใจ
เรื่องเล่าที่ชวนให้กลับมาฟังเสียงข้างใน
ณ หมู่บ้านเชิงเขา มีตำนานเล่าขานว่า
บนยอดเขาสูงสุดมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถชำระล้างความทุกข์ในใจให้มลายสิ้น
อาทิตย์กับดาวใจผูกเชือกไว้ที่เอว เดินขึ้นไปด้วยกันตามคำมั่น
ในช่วงแรกทุกอย่างเป็นเช่นนั้นจริง
สองเท้าก้าวไปพร้อมกัน ถ้อยคำให้กำลังใจส่งสลับกันไปมา
ทว่าเมื่อเส้นทางค่อย ๆ บีบแคบลง
จังหวะก้าวที่รวดเร็วของอาทิตย์ เริ่มสวนทางกับก้าวที่เชื่องช้าของดาวใจ
เชือกที่ร้อยรัดระหว่างเอวเริ่มตึงรั้ง
แรงสั่นสะเทือนของคนหนึ่งส่งผ่านไปถึงอีกคน
ทุกครั้งที่ดาวใจก้าวพลาด แรงกระตุกจะฉุดกระชากอาทิตย์จนเสียหลัก
ยิ่งคนหนึ่งพยายามฝืนเดิน อีกคนยิ่งถูกรั้งจนเจ็บแปลบที่รอบเอว
เมื่อถึงสันเขาที่แคบจนเหลือที่วางเท้าเพียงก้าวเดียว เบื้องล่างคือเหวเวิ้งว้าง
ดาวใจก้าวพลาด หินกรวดร่วงหล่นลงสู่ความมืด
เชือกกระตุกพรวด
ร่างของอาทิตย์ไถลครูดไปกับพื้นหิน
เขาจิกมือกับแง่งผาจนเลือดซิบเพื่อรั้งน้ำหนักของทั้งคู่ไว้
ไม่มีใครขยับตัวได้ ถอยหลังไม่ได้ และเดินหน้าต่อไม่ได้
พวกเขานั่งเงียบใต้แสงดาว
ปราศจากการทุ่มเถียง
มีเพียงความตระหนักรู้เงียบ ๆ ว่า
เชือกที่ผูกมัดพวกเขาไว้ด้วยกัน
กำลังตอกตรึงทั้งคู่ให้อยู่กับที่
รุ่งเช้า อาทิตย์ค่อย ๆ ปลดปมเชือกออกช้า ๆ
ไร้ซึ่งความเกรี้ยวกราด มีเพียงความทะนุถนอมและระมัดระวัง
“ไปก่อนเถอะ” เขาเอ่ยแผ่วเบา สั้นกระชับกว่าทุกครั้ง
ดาวใจพยักรับ เธอยืดตัวขึ้น และก้าวเดินต่อไปด้วยสองเท้าของตนเอง
วันแรกที่ไม่มีเชือก อาทิตย์เดินเร็วขึ้น
เขาเลือกทางโดยไม่ต้องคอยชะลอ
ดาวใจเดินช้าลง แต่มั่นคง
บางคืนพวกเขาพักห่างกัน บางคืนเจอกันแล้วแยกทางต่อ
ยิ่งขึ้นสูง เส้นทางเหลือเพียงรอยเท้าคนเดียว
ต้นไม้หายไป เหลือแต่หินกับลม
อาทิตย์รู้ว่าต้องวางทุกสิ่งก่อนจะก้าวผ่านช่องสุดท้าย
เขาปลดเป้ใบหนักลงบนพื้นหิน
ถอดตะกรุดที่แม่คล้องคอให้เพื่อคุ้มภัยออกวางเคียงกัน
ตามด้วยป้ายไม้สลักชื่อที่เขาห้อยติดย่ามมาตลอดทาง…
ลมพัดมาวูบหนึ่ง ฝุ่นทรายลอยกลบแผ่นไม้นั้นจนมองไม่เห็นตัวอักษร
ก้าวสุดท้ายผ่านไป
ยอดเขาไม่มีบ่อน้ำ ไม่มีการฉลอง ไม่มีการพิชิต
มีเพียงพื้นหินกว้างโล่ง
อาทิตย์ยืนนิ่ง ก้อนเมฆค่อย ๆ แหวกออก
แสงอาทิตย์ส่องทะลุลงไปทางช่องเขาที่เขาผ่านมา
แสงสาดส่องลงไปได้ เพราะไม่มีตัวเขายืนขวางทางอีกต่อไป
แสงสว่างทาบทับลงบนหน้าผา
เผยให้เห็นเส้นทางสายเล็กที่ผู้คนเบื้องล่างไม่เคยล่วงรู้
ดาวใจมาในเวลาต่อมา
เธอก้าวด้วยจังหวะของคนที่ผ่านมาก่อน
ตามแสงที่ส่องมาจากยอดเขา
ขึ้นไปจนถึงจุดเดิมที่อาทิตย์เคยยืน
เธอไม่พบผู้ใด
มีเพียงลานหินกว้างและแสงแดดผืนเดียวกันที่ทอดตัว
เธอนั่งบนหิน สายลมพัดผ่าน
ความยึดติดเรื่องการพานพบหรือพลัดพรากมลายหายไปจนสิ้น
ท่ามกลางเส้นทางสายเล็ก
มีเชือกเส้นเก่าถูกวางทิ้งไว้
เคียงคู่กับรอยเท้าเพียงก้าวเดียวที่ประทับแน่นบนผืนดินแข็ง
ท่ามกลางสายลมที่พัดผ่าน…
นิทานจบลง แต่คำถามอาจเพิ่งเริ่มต้นในใจเรา











