NITHAN JAI · นิทานใจ
เรื่องเล่าที่ชวนให้กลับมาฟังเสียงข้างใน
ในยามเช้าวันหนึ่งแห่งพุทธกาล ณ พระเชตวันมหาวิหาร มีผู้คนมากมายหลั่งไหลมาถวายภัตตาหารแด่พระพุทธองค์และเหล่าพระสงฆ์ บรรยากาศเต็มไปด้วยความศรัทธาและปีติสุข ท่ามกลางผู้คนเหล่านั้น มียายชราผู้ยากไร้คนหนึ่ง นุ่งผ้าเก่าคร่ำครึแต่สะอาดสะอ้าน ยืนสงบนิ่งอยู่มุมหนึ่งของวิหาร
ดวงตาอันเปี่ยมด้วยศรัทธาของยายจับจ้องดูภาพตรงหน้า – ผู้คนต่างทยอยนำอาหารมาถวาย บ้างก็มีข้าวสุกหอมกรุ่น บ้างก็มีขนมนานาชนิด แม้แต่พ่อค้าวาณิชก็นำผลไม้สดและของหวานมาถวายอย่างไม่ขาดสาย
ยายมองดูสิ่งของถวายมากมายด้วยความชื่นชม แทนที่จะรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจที่ตนไม่มีสิ่งใดจะถวาย ริมฝีปากของยายกลับคลี่ยิ้มบาง ดวงตาเป็นประกาย ยกมือขึ้นประนมเหนือศีรษะ กล่าวคำว่า "สาธุ" อย่างแผ่วเบาแต่เต็มเปี่ยมด้วยพลัง จิตใจของยายเบิกบานยินดีในบุญกุศลของผู้อื่นอย่างบริสุทธิ์
พระพุทธองค์ทรงทอดพระเนตรเห็นจิตอันงดงามของยายชรา พระพักตร์ของพระองค์เปล่งปลั่งด้วยพระเมตตา จึงตรัสแก่เหล่าภิกษุว่า
"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ในบรรดาทายกทั้งหมดวันนี้ ยายผู้นี้มีผลบุญมากที่สุด เพราะแม้ไม่มีทรัพย์จะทำทาน แต่จิตที่อนุโมทนาของยายนั้นบริสุทธิ์ยิ่งนัก ปราศจากความริษยา มีแต่ความยินดีในบุญของผู้อื่นอย่างแท้จริง"
เมื่อได้ยินพระดำรัสของพระพุทธองค์ น้ำตาแห่งความปีติไหลอาบแก้มของยายชรา ความสุขอันล้นพ้นท่วมท้นหัวใจ ด้วยรู้ว่าแม้จะยากไร้ แต่จิตใจที่บริสุทธิ์และศรัทธาอันแรงกล้าของตนได้สร้างบุญอันประเสริฐ
ตลอดชีวิตที่เหลือ ยายใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายแต่เปี่ยมสุข มีแต่รอยยิ้มและคำอนุโมทนาให้แก่ผู้อื่นเสมอ และเมื่อสิ้นลมหายใจ ด้วยจิตที่บริสุทธิ์และบุญกุศลที่สั่งสมมา ยายได้ไปบังเกิดในสุคติภูมิ เสวยผลแห่งการอนุโมทนาอันบริสุทธิ์
เรื่องราวของยายชราสอนเราว่า
การอนุโมทนานั้นไม่ใช่เพียงการกระทำเพื่อมารยาทหรือแสดงความขอบคุณเท่านั้น
แต่เป็นการสร้างบุญกุศลที่ไม่ต้องอาศัยทรัพย์ เพียงแค่มีจิตใจที่บริสุทธิ์ ร่วมยินดีในบุญกุศลของผู้อื่นจากใจ ก็สามารถได้รับอานิสงส์อันประเสริฐ เพราะความบริสุทธิ์ของจิตใจนั้นมีค่ายิ่งกว่าทรัพย์สินเงินทองใดๆ ในโลก
สาธุ สาธุ สาธุ
นิทานใจ.
นิทานจบลง แต่คำถามอาจเพิ่งเริ่มต้นในใจเรา











