นิทานใจ, เรื่องสั้น,ปรัชญา

ไอ้หมานหูหาย

NITHAN JAI · นิทานใจ

เรื่องเล่าที่ชวนให้กลับมาฟังเสียงข้างใน

เสียงลม เสียงฝน เสียงนก ลุงหมานกลับไม่ได้ยิน จนชาวบ้านล้อกันว่า "ไอ้หมานหูหาย"<br>ยิ่งนานวัน ลุงหมานยิ่งไม่สบาย ปวดหัว นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย ทั้งที่แต่ก่อนเป็นคนอารมณ์ดี เมียลุงหมานพาไปหาหมอที่อนามัย หมอบอกว่าเป็นโรคเครียด ให้ยามากิน แต่ก็ไม่หาย<br>วันหนึ่ง ลุงหมานเดินเข้าป่าไปหาของป่า แล้วเกิดหลงทาง ฝนตกหนัก ลุงหมานก็เลยไปหลบอยู่ใต้โพรงไม้ใหญ่ ตรงนั้นมีตาแก่คนหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว ผิวของตาแก่ดำแดดเหมือนคนอยู่กลางแดดมาทั้งชีวิต แต่ดวงตากลับใสแวววาวเหมือนเด็กน้อย<br>"พ่อหนุ่ม เอ็งหลงทางเหรอ?" ตาแก่ถาม เสียงตาแก่ไพเราะแปลกๆ เหมือนมีเสียงลมพัดแทรกอยู่ในนั้น<br>"ใช่ลุง แต่ผมไม่ใช่หนุ่มแล้วนะ ผมอายุสี่สิบแปดแล้ว" ลุงหมานตอบ พลางลูบหัวที่เริ่มบางและหงอก<br>ตาแก่หัวเราะเสียงดัง "ฮ่าๆๆ ข้าอายุเก้าสิบแปด เอ็งก็เป็นเด็กน้อยสำหรับข้าอยู่วันยังค่ำ"<br>ลุงหมานทำหน้างง "ตาอายุเก้าสิบแปด? แล้วทำไมยังแข็งแรงอยู่ได้ ไม่เจ็บไม่ป่วยเลยเหรอ?" ลุงหมานมองตาแก่อย่างสงสัย เพราะแม้หลังตาแก่จะค่อมไปนิดหน่อย แต่กล้ามเนื้อยังดูกระชับ ดวงตายังสว่างใส ไม่มีอาการมือสั่น และฟันยังครบ 32 ซี่ ขาวเหมือนฟันเด็ก<br>ตาแก่ยิ้ม แล้วพูดว่า "เพราะข้ามีหูครบสองข้างไง"<br>ลุงหมานงงกว่าเดิม "อ้าว ก็ผมก็มีหูครบนะตา"<br>"ไม่ใช่อย่างนั้น เอ็งมีหูแค่ฟังคนพูด แต่หูอีกข้างที่ฟังเสียงโลก เอ็งทำหายไปนานแล้ว นั่นแหละ เอ็งถึงได้ป่วย นอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย"<br>ลุงหมานใจหายวาบ "ตารู้ได้ไงว่าผมนอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย?"<br>"ร่างกายเอ็งบอกข้า" ตาแก่ชี้ที่ศีรษะ แก้ม และมือของลุงหมาน "ตรงนี้ ตรงนี้ และตรงนี้ มันฟ้องหมด"<br>ลุงหมานนึกได้ว่า ชาวบ้านก็ชอบล้อว่าเขาเป็น "ไอ้หมานหูหาย" เหมือนกัน ก็เลยอยากรู้ว่าหูที่ว่านี้คืออะไรกันแน่<br>ตาแก่กินข้าวเหนียวห่อใบตองที่พกมา แล้วบอกว่า "ถ้าเอ็งอยากรู้ ข้าจะสอนให้ แต่เอ็งต้องอยู่กับข้าในป่าสามวันสามคืน เอ็งจะได้หูข้างที่หายไปกลับคืนมา"<br>ลุงหมานคิดถึงเมีย คิดถึงลูก แต่ก็อยากรู้อยากเห็นเรื่องหูที่หายไปเหลือเกิน อีกอย่าง ยาหมอที่อนามัยให้มาก็ไม่ช่วยอะไร เลยตกลงปลงใจอยู่กับตาแก่<br>คืนแรก ตาแก่พาลุงหมานไปนอนใต้ต้นไม้ใหญ่ ไม่มีเสื่อ ไม่มีหมอน เอาใบไม้แห้งมาปูนอน<br>"หลับตา แล้วฟัง" ตาแก่สั่ง<br>ลุงหมานทำตาม แต่ไม่ได้ยินอะไรเลย มีแต่เสียงในหัวของตัวเอง คิดถึงเมีย คิดถึงลูก คิดถึงไร่นา คิดถึงหนี้สิน คิดไปร้อยแปดพันเก้า<br>"ข้าไม่ได้ยินอะไรเลยตา มีแต่เสียงในหัว" ลุงหมานบ่น<br>"เพราะเอ็งฟังด้วยหูเนื้อหนัง ยังไม่ได้ฟังด้วยหูของร่างกาย" ตาแก่ตอบ แล้วก็เอามือจับที่ท้องของลุงหมาน<br>"ท้องนี่แหละ เป็นหูใหญ่ที่สุดของคน ที่พระเรียกว่า ‘จิตตัง’ นั่นแหละ อยู่ตรงนี้ เอ็งลองเอามือวางที่ท้อง แล้วหายใจเข้าลึกๆ ให้ท้องมันพองออก แล้วฟังดู…"<br>ลุงหมานทำตาม หายใจเข้าลึกๆ แล้วก็รู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนเบาๆ จากท้องของตัวเอง เหมือนมีเสียงอะไรบางอย่าง แต่ยังไม่ชัด<br>"ข้ายังไม่ได้ยินอะไรชัดๆ เลยตา" ลุงหมานบอก<br>"ไม่เป็นไร เอ็งฝึกมาสี่สิบแปดปีแล้วที่จะไม่ฟังเสียงพวกนี้ ข้าให้เวลาเอ็งสามวันสามคืน ก็เท่ากับให้เวลาแค่พริบตาเดียว"<br>คืนที่สอง ตาแก่พาไปนอนข้างลำธาร<br>"คืนนี้ เอ็งฟังเสียงน้ำดู" ตาแก่สั่ง<br>ลุงหมานทำเหมือนเดิม หายใจเข้าลึกๆ เอามือวางที่ท้อง แล้วฟัง…<br>คราวนี้เขาได้ยินเสียงน้ำเบาๆ แต่ไม่ใช่ฟังด้วยหู แต่เหมือนได้ยินด้วยทั้งตัว ทั้งท้อง ทั้งอก ทั้งแขนขา แล้วเขาก็รู้สึกว่า เลือดในตัวเองก็ไหลเหมือนน้ำในลำธาร มันไหลตามจังหวะของหัวใจที่เต้นตูม-ตูม ๆ<br>"โห มันแปลกดีนะตา ผมรู้สึกเหมือนในตัวผมก็มีลำธารเล็กๆ ไหลอยู่"<br>ตาแก่ยิ้ม "นั่นแหละ เอ็งกำลังใช้หูที่หายไป มันไม่ได้หายไปไหนหรอก มันแค่หลับไป เพราะเอ็งไม่เคยใช้มันเลย คนโบราณเรียกว่า ‘หูเนื้อในตัว’ ทุกคนมี แต่ไม่รู้จักใช้"<br>คืนที่สาม ตาแก่ไม่พาไปไหน แค่ให้นั่งอยู่ตรงหน้าถ้ำเล็กๆ<br>"วันนี้ เอ็งจะฟังเสียงที่โลกมันพูด" ตาแก่บอก<br>"โลกมันพูดได้ด้วยเหรอตา?" ลุงหมานถาม<br>"มันพูดทุกวันนั่นแหละ แต่คนส่วนใหญ่ลืมภาษาแรกของตัวเองไปแล้ว คนโบราณว่า ตอนเราอยู่ในท้องแม่ เราฟังเสียงเต้นของหัวใจแม่ เสียงเลือดไหล เสียงลมหายใจ ภาษาโลกเป็นภาษาแรกที่เราฟังก่อนจะฟังภาษาคน"<br>ลุงหมานนั่งหลับตา หายใจเข้าลึกๆ เอามือวางที่ท้อง แล้วฟัง…<br>คราวนี้ เขาได้ยินเสียงมากมาย ทั้งเสียงลม เสียงใบไม้ไหว เสียงแมลง เสียงนกที่อยู่ไกลๆ เสียงสายฝนที่กระทบใบไม้ แต่ไม่ใช่แค่ได้ยิน… เขารู้สึกเหมือนร่างกายเต้นตามจังหวะของเสียงเหล่านั้น<br>"มันเหมือนเพลง… เพลงที่คุ้นๆ" ลุงหมานพูดเบาๆ<br>"นั่นแหละ เพลงที่เราฟังมาตั้งแต่เกิด เพลงที่ทำให้เซลล์ในร่างกายเราเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน"<br>ขณะนั้นเอง มีเสียงร้องไห้ดังมาจากในถ้ำ ลุงหมานเปิดตาด้วยความตกใจ เห็นหญิงชราผมขาวโพลนนั่งอยู่ปากถ้ำ กำลังร้องไห้<br>"ใครน่ะตา?" ลุงหมานถาม<br>"ยายของเอ็ง" ตาแก่ตอบ<br>"ยายผมตายไปตั้งนานแล้ว!"<br>"ใช่ เธอตายแล้ว แต่ธรรมชาติไม่มีอะไรหายไปไหน มันแค่เปลี่ยนรูป เอ็งไปคุยกับเธอดูสิ"<br>ลุงหมานลังเล แต่ก็ลุกขึ้นเดินไปหาหญิงชรา พอเข้าไปใกล้ๆ เขาก็จำได้ว่าเป็นยายของเขาจริงๆ<br>"ยาย… ยายร้องไห้ทำไม?"<br>ยายเงยหน้าขึ้นมอง น้ำตาไหลอาบแก้ม "หลานรัก ยายร้องไห้เพราะหลานลืมฟังเสียงที่ยายเคยสอน"<br>"เสียงอะไรเหรอยาย?"<br>"ตอนหลานยังเล็ก ยายพาหลานไปนั่งริมห้วย ฟังเสียงน้ำ ยายพาหลานไปนอนใต้ต้นไม้ ฟังเสียงลม หลานชอบมาก เคยบอกยายว่า ‘เสียงนี้ทำให้ใจหนูเย็น’ แต่พอหลานโต หลานก็ลืม"<br>ลุงหมานนึกออกทันที ตอนเด็กๆ เขาเคยไปนั่งริมห้วยกับยายทุกเย็น ยายจะเอามือแตะที่ท้องเขา แล้วบอกว่า "ฟังด้วยนี่นะหลาน"<br>"ยาย… ผมขอโทษที่ลืมสิ่งที่ยายสอน"<br>ยายยิ้ม แล้วค่อยๆ จางหายไป แต่ก่อนจะหายไป ยายพูดว่า<br>"ทุกข์ของหลาน มันอยู่ตรงที่ฟังแต่เสียงคน แต่ไม่ฟังเสียงโลก ฟังทั้งสองอย่างให้สมดุลนะหลาน"<br>เช้าวันที่สี่ ตาแก่ส่งลุงหมานกลับบ้าน<br>"ตอนนี้เอ็งได้หูกลับคืนมาแล้ว อย่าทำมันหายอีกล่ะ ข้าจะบอกความลับให้อีกอย่าง…"<br>ตาแก่กระซิบข้างหูลุงหมาน "ที่ข้าแข็งแรง อายุเก้าสิบแปดแล้วยังเดินได้ ไม่เจ็บไม่ป่วย เพราะข้าฟังเพลงของโลกทุกวัน ร่างกายข้าเลยไม่ลืมจังหวะที่มันควรเต้น ข้ามีความลับอีกอย่างนะ…"<br>"อะไรเหรอตา?"<br>"จริงๆ แล้ว ข้าอายุร้อยยี่สิบเก้าปี ไม่ใช่เก้าสิบแปด"<br>ลุงหมานอ้าปากค้าง "ตาโกหก!"<br>"ไม่นะ คนที่ฟังเสียงโลกได้ จะโกหกไม่เป็น เพราะเสียงโลกมันจะบอกความจริงทั้งหมด คนโบราณเรียกว่า ‘หูทิพย์’ แต่มันไม่ใช่ของวิเศษ ทุกคนมี แค่ลืมไปว่าต้องใช้ยังไง"<br>ลุงหมานกลับถึงบ้าน เมียกับลูกดีใจมาก คิดว่าลุงหมานตายแล้ว ลุงหมานเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง<br>เมียลุงหมานหัวเราะ "โอ๊ย ไปเจอคนบ้าเข้าแล้วมั้ง"<br>ลูกสาวก็หัวเราะตาม "พ่อก็ ไปหลงเชื่อเรื่องบ้าๆ"<br>แต่ลุงหมานไม่โกรธ เขาแค่ยิ้ม "ไม่เป็นไร พวกเอ็งไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร"<br>ตั้งแต่นั้นมา ทุกเช้าลุงหมานจะตื่นมาก่อนใครในบ้าน เดินออกไปนั่งใต้ต้นมะม่วงหลังบ้าน วางมือที่ท้อง หายใจเข้าลึกๆ แล้วฟังเสียงโลก<br>แปลกมาก ที่ลุงหมานแข็งแรงขึ้น ไม่ค่อยป่วย ไม่มีอาการปวดหัว นอนหลับสบาย ใจเย็นลง ทำงานได้มากขึ้น เงินทองก็เลยเริ่มมีใช้ไม่ขาดมือ<br>ยิ่งกว่านั้น ลุงหมานยังรู้ล่วงหน้าว่าวันไหนฝนจะตก วันไหนจะแล้ง ทำให้ทำไร่ทำนาได้ผลผลิตดีกว่าชาวบ้านคนอื่น ลูกเมียเริ่มสงสัยว่าทำไมพ่อรู้อะไรแม่นขนาดนี้<br>"ก็ข้าใช้หูทั้งสองข้างฟังน่ะสิ" ลุงหมานตอบ<br>หลายปีผ่านไป จนลุงหมานแก่ลง ผมหงอก หลังโก่ง แต่ตายังสว่าง ฟันยังแข็งแรง ยังเดินได้ไม่ต้องใช้ไม้เท้า<br>วันหนึ่ง มีคนแปลกหน้าเดินมาที่บ้าน เป็นหนุ่มใหญ่อายุราวๆ สี่สิบ แต่ดูร่วงโรย ผอม ซีด ตาลึก<br>"นี่บ้านลุงหมานใช่มั้ย? ลุงที่ฟังเสียงโลกได้น่ะ?"<br>ลุงหมานพยักหน้า<br>"ผมได้ยินเรื่องเล่าว่า ลุงอายุเจ็ดสิบกว่าแล้ว แต่ยังแข็งแรงเหมือนคนห้าสิบ ผมอยากรู้ความลับบ้าง จะให้เงินลุงก็ได้ ผมป่วยหนัก หมอบอกว่าเป็นมะเร็ง รักษาไม่หาย อยู่ได้อีกแค่สามเดือน"<br>ลุงหมานมองชายคนนั้นอย่างเห็นใจ "ข้าจะสอนให้ไม่คิดเงิน แต่เอ็งต้องอยู่กับข้าสามวันสามคืนก่อน…"<br>"สามวันสามคืน?" ชายคนนั้นถาม "ผมเหลือเวลาไม่มาก ขอเป็นสามชั่วโมงได้มั้ย?"<br>ลุงหมานลังเล แต่ก็ตกลง "ได้…แต่ข้าไม่รับรองผล"<br>ลุงหมานพาชายคนนั้นไปนั่งใต้ต้นมะม่วงหลังบ้าน แล้วสอนวิธีการฟังเสียงโลกให้ ชายคนนั้นตั้งใจฟังมาก ทำตามทุกอย่างที่ลุงหมานบอก<br>สามชั่วโมงผ่านไป ชายคนนั้นลืมตาขึ้น หน้าตาสดใสขึ้นเล็กน้อย "แปลกจริง ผมรู้สึกเหมือนได้ฟังเพลงที่คุ้นเคย"<br>"ใช่ เพลงของธรรมชาติ เอ็งจำได้แล้ว"<br>"ผมรู้สึก…เบาตัว"<br>"เอ็งกลับไปทำต่อทุกวัน วันละสามครั้ง เช้า กลางวัน เย็น ข้าไม่รับรองว่าเอ็งจะหายจากมะเร็ง แต่รับรองว่าวันที่เหลือของเอ็งจะมีคุณค่ามากขึ้น"<br>ชายคนนั้นกลับไป ลุงหมานไม่ได้ข่าวคราวอีกเลย<br>หลายเดือนผ่านไป จนกระทั่งวันหนึ่ง มีคนมาเคาะประตูบ้านลุงหมาน<br>"ลุงหมาน จำผมได้มั้ย?"<br>ลุงหมานมอง แล้วอุทานด้วยความตกใจ "เอ็งใช่มั้ย? คนที่เป็นมะเร็ง?"<br>ชายคนเดิม แต่ดูแตกต่างมาก ผิวพรรณผ่องใส ตาหลุมลึกกลับดูสดใส ร่างกายที่เคยผอมโซเริ่มมีเนื้อมีหนัง<br>"ผมเองครับ นึกว่าลุงจะจำไม่ได้ ผมมาบอกว่า สิ่งที่ลุงสอน มันใช้ได้ผลจริงๆ ผมกลับไปทำทุกวัน เช้า กลางวัน เย็น ไม่เคยขาด"<br>"แล้ว…มะเร็งของเอ็งล่ะ?"<br>"นั่นสิครับ ผมไปหาหมอเมื่อเดือนก่อน หมอบอกว่ามะเร็งหยุดลุกลาม ก้อนเล็กลง! หมอถามว่าผมไปทำอะไรมา ผมก็เล่าให้ฟัง หมอบอกว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ผลเอ็กซเรย์ชัดเจน"<br>"แปลกประหลาด…ข้าก็ไม่ได้คิดว่ามันจะรักษามะเร็งได้ แค่รู้ว่ามันช่วยให้จิตใจสงบ ร่างกายแข็งแรง"<br>"ผมไม่รู้หรอกว่าทำไม แต่ผมเชื่อว่า เมื่อร่างกายกลับไปฟังจังหวะของธรรมชาติ มันก็เหมือนนาฬิกาที่เดินผิดจังหวะ แล้วได้รับการปรับให้เดินตรงเวลาอีกครั้ง"<br>เรื่องของชายที่หายจากมะเร็งด้วยการฟังเสียงโลกแพร่สะพัดไปไกล จนกระทั่งมีคนมาหาลุงหมานมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งคนป่วย คนที่มีปัญหาชีวิต หรือแม้แต่คนที่แค่อยากลองดู<br>ลุงหมานก็สอนให้ทุกคน โดยไม่เคยคิดเงิน เขาแค่บอกว่า "ข้าเคยป่วย แล้วตาแก่คนหนึ่งช่วยข้า ข้าแค่ส่งต่อสิ่งที่ได้รับมา"<br>เรื่องเล่าของลุงหมานแพร่สะพัดไปในละแวกนั้น จนกระทั่งวันหนึ่ง มีคนถามว่า "ไอ้ตาแก่ที่เอ็งเจอในป่า มันชื่ออะไรล่ะ?"<br>ลุงหมานนิ่งคิด แล้วตอบว่า "ข้าลืมถามไป แต่ตอนนี้ข้านึกออกแล้ว…มันคือหูที่หายไปของข้านั่นเอง มันกลับมาในรูปของตาแก่ เพื่อสอนให้ข้าจำได้ว่าต้องฟังอย่างไร"<br>ชาวบ้านบางคนเชื่อ บางคนก็หัวเราะว่าลุงหมานบ้า แต่ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่า ลุงหมานที่เคยเจ็บป่วย หงุดหงิด นอนไม่หลับ กลับกลายเป็นคนแข็งแรง อายุยืน และมีความสุข<br>หลายปีผ่านไป ลุงหมานอายุยืนถึงเก้าสิบเจ็ดปี ร่างกายแก่ชรา แต่จิตใจยังแจ่มใส ในวันสุดท้ายของชีวิต ลุงหมานขอให้ลูกหลานพาไปนอนใต้ต้นมะม่วงหลังบ้าน<br>"ข้าจะไปแล้ว" ลุงหมานบอกลูกหลาน "แต่ข้าจะไม่หายไปไหน ข้าจะกลับคืนสู่โลก เป็นส่วนหนึ่งของเสียงที่ข้าฟังมาตลอด"<br>ลูกสาวร้องไห้ "พ่อจะไปไหน อย่าทิ้งพวกเราไปเลย"<br>"ไม่หรอก พ่อจะอยู่ในทุกเสียงรอบตัวลูก ในเสียงลม ในเสียงฝน ในเสียงนก ในเสียงใบไม้ไหว แค่ลูกต้องรู้จักฟัง"<br>ลุงหมานหลับตา แล้วจากไปอย่างสงบ ใต้ต้นมะม่วงที่เขานั่งฟังเสียงโลกทุกวัน<br>เรื่องราวของลุงหมานกลายเป็นตำนานของหมู่บ้าน ลูกหลานของเขาสอนเทคนิคการฟังเสียงโลกให้ลูกหลานรุ่นต่อๆ ไป บางคนก็เชื่อ บางคนก็ไม่เชื่อ แต่ทุกคนเห็นพ้องต้องกันว่า คนที่ฟังเสียงธรรมชาติเป็นประจำ มักเป็นคนที่มีความสุข และมีสุขภาพดี

นิทานจบลง แต่คำถามอาจเพิ่งเริ่มต้นในใจเรา