NITHAN JAI · นิทานใจ
เรื่องเล่าที่ชวนให้กลับมาฟังเสียงข้างใน
"ติ๊ก… ต็อก… ติ๊ก… ต็อก…"
เสียงนาฬิกาดังกังวานไปทั่วร้านเล็กๆ ในตรอกเก่า ผมนั่งมองพ่อที่กำลังก้มหน้าก้มตาซ่อมนาฬิกาเรือนหนึ่ง แว่นขยายสวมอยู่บนตา มือที่มีรอยด่างและแผลเป็นจากการทำงานประคองเครื่องมือเล็กๆ อย่างทะนุถนอม
"นาฬิกาทุกเรือนมีหัวใจของมันเอง" พ่อเคยบอก "เราแค่ต้องรู้จักฟังและเข้าใจมัน"
ร้านของเราเป็นร้านซ่อมนาฬิกาเก่าแก่ที่สุดในย่านนี้ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นคนแก่ที่พกนาฬิกาข้อมือเก่าๆ ติดตัวมาเป็นสิบๆ ปี บางคนเป็นถึงรุ่นที่สามที่สืบทอดนาฬิกาเรือนนั้นมา
"มันไม่ใช่แค่นาฬิกา" พ่อมักพูดกับลูกค้า "มันคือความทรงจำ… เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคน"
ผมจำได้ว่าตอนเด็กๆ เคยถามพ่อว่าทำไมไม่เปลี่ยนไปซ่อมนาฬิกาดิจิทัล จะได้มีรายได้มากขึ้น
"พ่อไม่ได้ซ่อมแค่นาฬิกา" พ่อตอบพลางส่งยิ้มอ่อนโยน "พ่อซ่อมความทรงจำของผู้คน ซ่อมความหวังของคนที่รอคอย ซ่อมสิ่งที่พวกเขารัก… บางทีเวลาอาจไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขบนหน้าปัด แต่วัดที่ความทรงจำในหัวใจ"
ตอนนั้นผมไม่เข้าใจ…
"ลูกไม่ต้องมาช่วยพ่อก็ได้นะ" พ่อพูดขึ้นวันหนึ่ง "ไปเรียนต่อเถอะ พ่อเห็นว่าลูกชอบวิศวะ"
"แล้วร้านใครจะดูแล" ผมถาม "พ่อก็อายุมากแล้ว"
"บางที… การปล่อยให้บางอย่างจบไปตามกาลเวลา ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย" พ่อยิ้ม "เหมือนนาฬิกาเก่าๆ พวกนี้ สักวันมันก็ต้องหยุดเดิน"
"แต่พ่อบอกเองไม่ใช่เหรอ ว่านาฬิกาทุกเรือนมีหัวใจ" ผมค้าน "ถ้างั้นหัวใจพวกนี้ล่ะ… ใครจะดูแล"
พ่อนิ่งไป…
วันนั้นเริ่มต้นเหมือนวันปกติ ผมกำลังเรียนรู้วิธีซ่อมนาฬิกาปลุกเรือนเก่าจากพ่อ
"ดูนะ" พ่อชี้ที่เฟืองตัวเล็กๆ "บางทีปัญหาเล็กๆ ก็ทำให้ทั้งระบบหยุดชะงักได้…"
จู่ๆ พ่อก็หยุดพูดกลางคัน มือที่ถือแว่นขยายสั่นเทา ก่อนที่ทุกอย่างจะร่วงลงพื้น
"พ่อ!"
ผมรีบพยุงร่างของพ่อไว้ เห็นว่าครึ่งซีกของใบหน้าเริ่มอ่อนแรง พูดไม่ชัด
"ลูก… พ่อ…" เสียงพ่อสั่นเครือ "พ่อ… รู้สึก… แปลกๆ"
"หมอบอกว่าไงครับ" ผมถามพยาบาลที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องฉุกเฉิน มือยังสั่นจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
"คุณพ่อมีอาการเส้นเลือดในสมองตีบเฉียบพลัน" พยาบาลตอบ "ต้องผ่าตัดด่วนภายใน 4 ชั่วโมงนี้… แต่โอกาสรอดแค่ 50-50"
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุน… เหมือนนาฬิกาที่หยุดเดินกลางทาง
"ค่าใช้จ่าย…" ผมถามเสียงสั่น
"ประมาณห้าแสนบาทค่ะ"
ผมยืนนิ่ง… เงินในบัญชีมีไม่ถึงครึ่ง ร้านเล็กๆ ของเราไม่เคยทำเงินได้มากนัก
"ให้เวลาคุณตัดสินใจ 1 ชั่วโมงนะคะ" พยาบาลบอก "ยิ่งช้า โอกาสรอดยิ่งน้อยลง"
ผมวิ่งกลับไปที่ร้าน มองไปรอบๆ… นาฬิกาทุกเรือนยังคงเดินอยู่ เสียงติ๊กต็อกดังก้องในความเงียบ
"นาฬิกาทุกเรือนมีหัวใจ…" เสียงพ่อดังก้องในหัว
ผมคว้าถุงดำใบใหญ่ เริ่มเก็บนาฬิกาโบราณที่มีค่าที่สุดในร้าน… นาฬิกาที่พ่อสะสมมาทั้งชีวิต แต่ละเรือนมีเรื่องราว มีความทรงจำ
"ขอโทษนะครับพ่อ…" น้ำตาไหลอาบแก้ม "แต่ถ้าแลกกับชีวิตพ่อได้… ผมยอม"
ผมวิ่งไปที่ร้านรับซื้อของเก่า เถ้าแก่เคยมาติดต่อขอซื้อนาฬิกาจากพ่อหลายครั้ง แต่พ่อไม่เคยขาย
"สามแสน" เถ้าแก่เสนอราคา หลังจากดูนาฬิกาทั้งหมด
"พี่ครับ ผมขอห้าแสน… พ่อผมกำลังจะตาย" ผมคุกเข่าลง "นาฬิกาพวกนี้มีค่ามากกว่านั้น พี่รู้ดี"
เถ้าแก่ถอนหายใจ "สี่แสนห้า… แต่ต้องเอาทั้งหมดที่เหลือในร้านด้วย"
"ครับ" ผมตอบทันที
ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติกแข็งๆ หน้าห้องผ่าตัด มือกำนาฬิกาข้อมือเรือนเก่าของพ่อแน่น… มันหยุดเดินตั้งแต่บ่ายสามโมง ตอนที่พ่อล้มลง
เข็มวินาทีของนาฬิกาติดผนังในโรงพยาบาลเดินช้าอย่างทรมาน ผมนับเวลาผ่านเสียงรองเท้าพยาบาลที่เดินผ่านไปมา ผ่านเสียงรถเข็นที่เข็นคนไข้ ผ่านเสียงร้องไห้และเสียงหัวเราะจากห้องต่างๆ
"พ่อครับ…" ผมกระซิบกับนาฬิกาในมือ "ถ้าพ่อผ่านคืนนี้ไปได้ ผมจะซ่อมมันให้เดินอีกครั้ง ผมจะเรียนรู้ทุกอย่างที่พ่อสอน จะรักษาทุกอย่างที่พ่อรัก…"
"พ่อครับ… พ่อสอนผมเพิ่มอีกสักหน่อยได้ไหม" ผมกระซิบ "ผมอยากเข้าใจหัวใจของนาฬิกาให้ได้เหมือนพ่อ"
ผ่านไปเจ็ดชั่วโมงที่ยาวนานที่สุดในชีวิต…
"คุณพ่อฟื้นแล้วค่ะ" พยาบาลยิ้ม "การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี แต่สมองบางส่วนได้รับผลกระทบ ต้องทำกายภาพบำบัดอีกนาน กว่าจะใช้มือได้เหมือนเดิม… "
ผมกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่…
"ไม่เป็นไรครับ" ผมบอก "ผมจะเป็นมือของพ่อเอง"
วันแรกที่พ่อรู้สึกตัว สิ่งแรกที่พ่อถามหาคือนาฬิกาข้อมือเรือนประจำ
"พ่อขอโทษนะลูก" พ่อพูดเสียงสั่น เมื่อรู้ว่าผมขายนาฬิกาในร้านไปเกือบหมด "พ่อน่าจะขายมันตั้งนานแล้ว… จะได้มีเงินเก็บไว้ยามฉุกเฉิน"
"พ่อสอนผมแล้วไม่ใช่เหรอครับว่า นาฬิกาทุกเรือนมีหัวใจ" ผมจับมือพ่อไว้แน่น "แต่หัวใจที่สำคัญที่สุดคือหัวใจของพ่อ… ถ้าหัวใจของพ่อยังเต้นอยู่ เราก็สร้างทุกอย่างขึ้นมาใหม่ได้"
หนึ่งปีผ่านไป…
ผมนั่งซ่อมนาฬิกาอยู่ที่โต๊ะเดิมของพ่อ พ่อนั่งข้างๆ คอยบอกวิธีการ สอนเทคนิคต่างๆ ที่สะสมมาเกือบห้าสิบปี
"นาฬิกาเรือนนี้ช้าไป 5 นาทีต่อวัน" ลูกค้าสูงวัยคนหนึ่งบอก
ผมมองนาฬิกาในมือ เป็นนาฬิกาข้อมือเก่าแก่ สายหนังมีรอยแตกลายงา
"มันเป็นของพ่อผม" ชายชราเล่า น้ำตาคลอ "พ่อให้มาตอนผมเรียนจบ… ตอนนี้ผมจะให้มันกับหลานชายบ้าง"
ผมพยักหน้า เข้าใจแล้วว่าทำไมพ่อถึงรักงานนี้นัก
"เดี๋ยวผมจะซ่อมให้ครับ" ผมตอบ "จะทำให้มันเดินเที่ยงตรงที่สุด… เพื่อให้มันได้จดจำช่วงเวลาดีๆ ของครอบครัวคุณลุงไปอีกนาน"
พ่อที่นั่งข้างๆ ยิ้ม… และผมก็รู้ว่านี่แหละคือสิ่งที่มีค่ามากกว่าการซ่อมนาฬิกา
"พ่อครับ…" ผมเอ่ยขึ้นวันหนึ่ง "ผมตัดสินใจแล้ว"
"ว่าไงลูก"
"ผมจะเรียนวิศวะ… แต่จะกลับมาช่วยพ่อทุกเย็น" ผมบอก "และเมื่อเรียนจบ ผมจะพัฒนาร้านของเราให้ดีขึ้น แต่จะยังคงรักษาหัวใจของมันเอาไว้"
พ่อยิ้มกว้าง น้ำตาคลอ
"รู้ไหม… พ่อเพิ่งเข้าใจวันนี้เองว่า" พ่อพูดเบาๆ "บางทีการที่นาฬิกาเดินช้าลงบ้าง ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย… เพราะมันทำให้เราได้ใช้เวลากับคนที่รักนานขึ้น"
ผมกอดพ่อ… ฟังเสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะเดียวกับเสียงนาฬิการอบตัว
"ติ๊ก… ต็อก… ติ๊ก… ต็อก…"
เสียงที่บอกว่าความรักไม่เคยหยุดเดิน
นิทานจบลง แต่คำถามอาจเพิ่งเริ่มต้นในใจเรา











