นิทานใจ, เรื่องสั้น,ปรัชญา

คนไม่มีวาสนา

NITHAN JAI · นิทานใจ

เรื่องเล่าที่ชวนให้กลับมาฟังเสียงข้างใน

มีชายคนหนึ่งชื่อนายจิต เขาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็กๆ ริมฝั่งแม่น้ำ ทุกวันเขาต้องหาบน้ำขึ้นเขาไปยังบ้านของเขา เส้นทางที่เขาเดินทุกวันได้กลายเป็นร่องลึก เพราะเขาเดินซ้ำเส้นทางเดิมมาหลายสิบปี

ชีวิตของนายจิตเต็มไปด้วยความทุกข์ เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนโชคร้าย เป็นคนที่ไม่มีวาสนา ต้องหาบน้ำหนักขึ้นเขาสูงทุกวัน ไม่เหมือนคนอื่นที่อยู่ในหมู่บ้านบนเขาอีกฝั่งหนึ่งที่ดูเหมือนจะมีความสุขกว่า

วันหนึ่ง ขณะที่นายจิตกำลังหาบน้ำตามเส้นทางเดิม เขาพบชายชราแปลกหน้านั่งอยู่ใต้ต้นไม้ริมทาง

"ท่านมาจากไหน? ผมไม่เคยเห็นท่านมาก่อน" นายจิตถาม

"เราเดินทางไปทั่ว ไม่มีที่อยู่แน่นอน" ชายชราตอบ "เจ้าดูเหมือนแบกอะไรหนักมากนะ ไม่ใช่แค่น้ำในถัง แต่ในใจของเจ้าด้วย"

นายจิตรู้สึกแปลกใจที่คนแปลกหน้ามองทะลุเขาได้ เขาจึงเล่าเรื่องชีวิตของเขาให้ชายชราฟัง ว่าเขารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไม่มีวาสนา ต้องทนทุกข์ทรมานหาบน้ำหนักทุกวัน ไม่เหมือนคนอื่นที่มีชีวิตดีกว่า

ชายชรายิ้มอย่างเมตตาและกล่าวว่า "เจ้าเห็นแม่น้ำนั่นไหม?"

"เห็นสิ ผมมาตักน้ำที่นั่นทุกวัน" นายจิตตอบ

"ลองสังเกตดูให้ดี" ชายชรากล่าว "น้ำที่ไหลอยู่ในแม่น้ำตอนนี้ ใช่น้ำก้อนเดิมที่ไหลผ่านเมื่อวานไหม?"

นายจิตนิ่งคิด "ไม่ใช่ครับ น้ำไหลผ่านไปเรื่อยๆ ไม่เคยเป็นน้ำก้อนเดิม"

"แล้วเจ้าล่ะ" ชายชราถาม "เจ้าวันนี้เป็นคนเดียวกับเจ้าเมื่อวานหรือเมื่อสิบปีก่อนหรือไม่?"

นายจิตงุนงง "ก็เป็นผมนี่แหละ ใครจะเป็นได้อีก?"

ชายชราหยิบกระจกเล็กๆ จากย่ามของเขาและยื่นให้นายจิต "ลองดูใบหน้าของเจ้าสิ"

นายจิตมองเห็นใบหน้าของตัวเองในกระจก

"ใบหน้านี้เหมือนกับเมื่อสิบปีก่อนไหม?" ชายชราถาม

"ไม่เหมือนครับ ผมแก่ลง ผมหงอกมากขึ้น มีริ้วรอยมากขึ้น"

"แล้วความคิด ความรู้สึก นิสัยของเจ้าล่ะ เหมือนเดิมหรือไม่?"

นายจิตนิ่งคิดอีกครั้ง "ก็เปลี่ยนไปบ้างครับ แต่ผมก็ยังเป็นผม"

ชายชรายิ้ม "แต่อะไรคือสิ่งที่ยังเป็น ‘เจ้า’ ล่ะ? ถ้าทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว ทั้งร่างกาย ความคิด ความรู้สึก แล้วอะไรคือตัวเจ้าที่ไม่เปลี่ยนแปลง?"

นายจิตพยายามคิด พยายามจะชี้ให้เห็นว่าอะไรคือ "ตัวเขา" แท้ๆ ที่ไม่เปลี่ยนแปลง แต่เขาไม่สามารถหาคำตอบได้

"ไม่มีเลยใช่ไหม?" ชายชรากล่าวเบาๆ "เหมือนแม่น้ำ มีแต่การไหลต่อเนื่อง ไม่มีน้ำก้อนเดิม แต่เรายังเรียกมันว่าแม่น้ำเดียวกัน เจ้าก็เช่นกัน ไม่มี ‘นายจิต’ ถาวรที่ไม่เปลี่ยนแปลง มีแต่กระแสต่อเนื่องของการเปลี่ยนแปลง"

"แล้วทำไมผมถึงรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนเดิม เป็นคนโชคร้าย ไม่มีวาสนา?"

"เพราะเจ้าเดินซ้ำร่องเดิมทุกวัน" ชายชราชี้ไปที่ร่องทางเดินลึกที่นายจิตใช้ขึ้นเขา "เหมือนทางนี้ ที่เจ้าเดินทุกวันจนเป็นร่องลึก น้ำฝนที่ตกลงมาก็ต้องไหลตามร่องนี้ เจ้าก็เช่นกัน เจ้าคิดซ้ำความคิดเดิม ทำซ้ำการกระทำเดิม จนกลายเป็นร่องลึกในจิตใจ แล้วชีวิตของเจ้าก็ไหลไปตามร่องนั้น"

"แล้วผมจะทำอย่างไรดี?" นายจิตถาม ด้วยความสงสัยแต่เริ่มมีความหวัง

ชายชราก้มลงเก็บเมล็ดพันธุ์เล็กๆ จากพื้น "เจ้าเห็นเมล็ดพันธุ์นี้ไหม?"

นายจิตพยักหน้า

"ถ้าเราปลูกมันวันนี้ มันจะกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ในอีกหลายปีข้างหน้า แต่ในเมล็ดนี้ ไม่มีส่วนไหนที่เป็นใบ ไม่มีส่วนไหนที่เป็นกิ่ง ไม่มีส่วนไหนที่เป็นดอก แต่มันมีศักยภาพที่จะกลายเป็นสิ่งเหล่านั้นทั้งหมด"

ชายชราวางเมล็ดพันธุ์ลงในมือของนายจิต "จิตใจของเจ้าก็เช่นกัน ไม่มีส่วนไหนที่เป็น ‘คนมีวาสนา’ หรือ ‘คนไม่มีวาสนา’ แต่มันมีศักยภาพที่จะเป็นได้ทั้งหมด ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะปลูกความคิดแบบไหน และรดน้ำพรวนดินมันอย่างไร"

"มาดูฝั่งโน้นของแม่น้ำสิ" ชายชราพานายจิตไปที่ริมแม่น้ำและชี้ไปยังฝั่งตรงข้าม "เห็นหมู่บ้านบนเขาฝั่งโน้นไหม? ที่เจ้าคิดว่าคนที่นั่นมีความสุขกว่าเจ้า?"

"เห็นครับ"

"เจ้าอยากไปที่นั่นไหม?"

"อยากครับ แต่ไม่รู้ว่าจะข้ามแม่น้ำไปได้อย่างไร มันกว้างและเชี่ยวมาก"

ชายชราหยิบใบไม้แห้งใบหนึ่งขึ้นมา "ดูนี่สิ" แล้วเขาก็วางใบไม้ลงบนผิวน้ำ ใบไม้ลอยไปตามกระแสน้ำ "ใบไม้นี้ไม่ได้พยายามฝืนกระแสน้ำ แต่มันก็ไปถึงอีกฝั่งได้"

"แต่มันไม่ได้ไปขึ้นฝั่งตรงที่ต้องการนี่ครับ" นายจิตทักท้วง

"ใช่ แต่นั่นเพราะมันเป็นเพียงใบไม้ไร้ชีวิต" ชายชรายิ้ม "แต่เจ้ามีสติและปัญญา เจ้าสามารถเลือกได้ว่าจะลงน้ำตรงไหน จะว่ายไปทางไหน"

"ท่านหมายความว่า ผมควรข้ามแม่น้ำไปอยู่อีกฝั่ง?"

"ไม่จำเป็น" ชายชรากล่าว "สิ่งที่เจ้าเห็นว่าดีกว่าในฝั่งโน้น อาจเป็นเพียงภาพลวงตา เหมือนที่เจ้าเห็นว่าตัวเองเป็นคนไม่มีวาสนา สิ่งสำคัญคือการเข้าใจว่า ในแต่ละขณะ เจ้าเกิดใหม่เสมอ เหมือนน้ำในแม่น้ำ ในแต่ละขณะน้ำใหม่ไหลมาแทนน้ำเก่า ในแต่ละขณะ ‘เจ้าคนเก่า’ ก็หายไป และ ‘เจ้าคนใหม่’ ก็เกิดขึ้น"

"แล้วผมจะทำอย่างไรให้ ‘ผมคนใหม่’ ไม่ทุกข์เหมือน ‘ผมคนเก่า’?" นายจิตถาม

"เมื่อเจ้าเข้าใจแล้วว่าไม่มี ‘ตัวเจ้า’ ที่ตายตัว เจ้าก็เป็นอิสระที่จะเลือกว่าจะเป็นอย่างไรในขณะนี้ เจ้าไม่จำเป็นต้องเดินตามร่องเดิม เจ้าสามารถเลือกเส้นทางใหม่ได้ในทุกก้าว"

ชายชราลุกขึ้นยืน "วันนี้ แทนที่จะเดินตามร่องเดิม ลองเดินเส้นทางใหม่ดูสิ อาจจะยากกว่าเพราะไม่มีร่องนำทาง แต่เจ้าอาจพบสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อน"

นายจิตมองไปรอบๆ และสังเกตเห็นเส้นทางเล็กๆ ที่เขาไม่เคยสังเกตมาก่อน "ผมจะลองเดินเส้นทางใหม่ดูครับ ขอบคุณท่านมาก"

"เจ้าไม่ต้องขอบคุณเรา" ชายชรายิ้ม "เพราะเราไม่ได้ให้อะไรเจ้าเลย เราเพียงแต่ชี้ให้เจ้าเห็นสิ่งที่มีอยู่แล้ว"

เมื่อนายจิตหันกลับมา ชายชราหายไปแล้ว เหลือเพียงเสียงกระซิบในสายลม "จงจำไว้… ในทุกขณะจิต เจ้าตายและเกิดใหม่เสมอ"

นายจิตยืนนิ่งครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจวางถังน้ำลง เขามองไปที่แม่น้ำ เห็นน้ำไหลผ่านไปไม่หยุดนิ่ง เขารู้สึกถึงลมหายใจของตัวเอง เข้า… ออก… แต่ละลมหายใจ เขาเป็นคนใหม่

เขาหยิบถังน้ำขึ้นมาอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่รู้สึกหนักเหมือนเดิม และเลือกเดินขึ้นเขาตามเส้นทางใหม่ที่ไม่เคยเดินมาก่อน

นายจิตเริ่มเดินตามเส้นทางใหม่ด้วยความตื่นเต้นและหวัง แต่หลังจากเดินไปได้สักพัก เขาพบว่าเส้นทางนี้ชันกว่าที่คิด มีกิ่งไม้และหินขวางทางมากมาย ขาของเขาเริ่มปวดเมื่อย ในใจเริ่มมีเสียงกระซิบ "กลับไปเส้นทางเดิมเถอะ มันง่ายกว่า ปลอดภัยกว่า"

เขาหยุดพัก มองกลับไปยังเส้นทางเดิมที่เขาคุ้นเคย หัวใจหนึ่งดวงกำลังต่อสู้กันระหว่างความเคยชินและความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง

นายจิตหลับตาลง สูดลมหายใจลึก และระลึกถึงคำพูดของชายชรา "ในทุกขณะจิต เจ้าตายและเกิดใหม่เสมอ" เขาลืมตาขึ้น มองไปรอบๆ และเห็นความงดงามของป่าที่เขาไม่เคยสังเกตเมื่อเดินตามเส้นทางเดิม ดอกไม้ป่าเล็กๆ กำลังบานสะพรั่ง นกกำลังร้องเพลงไพเราะ แสงอาทิตย์ส่องผ่านกิ่งไม้เป็นลำแสงสวยงาม

"แม้จะยากกว่า" เขาบอกกับตัวเอง "แต่เส้นทางนี้มีสิ่งใหม่ๆ ให้ค้นพบ" เขายืดตัวขึ้น และเริ่มเดินต่อด้วยก้าวที่มั่นคงขึ้น

ระหว่างทาง เขาพบกับดอกไม้สวยงามที่ไม่เคยเห็น ได้ยินเสียงนกที่ไม่เคยได้ยิน และพบมุมมองของหมู่บ้านที่ไม่เคยเห็น จากจุดนี้ เขามองเห็นว่าหมู่บ้านทั้งสองฝั่งแม่น้ำไม่ต่างกันเลย แต่มุมมองของเขาเปลี่ยนไป

ตั้งแต่วันนั้น นายจิตยังคงหาบน้ำทุกวัน แต่เขาเลือกเส้นทางใหม่เสมอ เพื่อไม่ให้เกิดร่องลึก และในทุกวัน เขาระลึกถึงคำของชายชรา ว่าในทุกขณะจิต เขาตายและเกิดใหม่เสมอ

นายจิตไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนไม่มีวาสนาอีกต่อไป เพราะเขาเข้าใจแล้วว่า วาสนาไม่ใช่สิ่งที่ติดตัวมา แต่เป็นสิ่งที่เขาสร้างขึ้นใหม่ได้ในทุกลมหายใจ

เขายังคงเก็บเมล็ดพันธุ์เล็กๆ นั้นไว้ในถุงผ้าที่พกติดตัวเสมอ เพื่อเตือนใจว่าทุกอย่างล้วนมีศักยภาพที่จะเติบโตและเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับว่าเราจะปลูกและดูแลมันอย่างไร

นิทานจบลง แต่คำถามอาจเพิ่งเริ่มต้นในใจเรา