NITHAN JAI · นิทานใจ
เรื่องเล่าที่ชวนให้กลับมาฟังเสียงข้างใน
"คุณแม่คะ… หนูขอโทษนะคะ ที่ทำให้แม่ต้องเจ็บ"
แก้วตากระซิบข้างหูแม่ที่นอนซีดเซียวอยู่บนเตียงโรงพยาบาล เธอจับมือแม่ที่เย็นเฉียบแน่น พยายามส่งไออุ่นจากหัวใจผ่านฝ่ามือไปยังร่างที่อ่อนแรง
"ไม่ใช่ความผิดของหนูหรอกลูก" แม่พยายามยิ้มทั้งที่ริมฝีปากสั่นระริก "แม่แค่ดีใจ… ที่ได้เห็นลูกเรียนจบมัธยมต้น"
วันที่แม่ล้มลงกลางงานรับประกาศนียบัตร แก้วตารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เสียงกรีดร้องของเพื่อนๆ เสียงรถพยาบาล และคำวินิจฉัยของหมอที่บอกว่าแม่ต้องผ่าตัดด่วน ทุกอย่างเหมือนฝันร้ายที่เธอไม่อาจตื่นขึ้นมาได้
"หนูต้องทำยังไงดีคะคุณหมอ" เด็กสาววัย 15 ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ต้องผ่าตัดใหญ่" หมอตอบ "และต้องทำกายภาพบำบัดอีกนาน ค่าใช้จ่าย…"
แก้วตาไม่รอฟังจบ เธอวิ่งออกจากโรงพยาบาลไปที่ธนาคาร ถอนเงินเก็บทั้งหมดที่แม่เคยบอกว่าเก็บไว้ให้เรียนต่อ
"ขอแค่แม่หาย… หนูยอมทำทุกอย่าง"
คืนนั้น ใต้ต้นมะม่วงที่เคยนั่งเล่นด้วยกันมาตลอด แก้วตานั่งกอดบุญมาแน่น น้ำตาไหลอาบแก้ม
"น้องต้องอยู่กับคุณลุงนะ" เสียงของเธอสั่นเครือ "พี่ต้องพาแม่ไปรักษาที่กรุงเทพฯ แม่ป่วยหนักมาก…"
บุญมาเอนหัวซบตักเธอ ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนมองขึ้นมาอย่างเศร้าๆ
"พี่สัญญาว่าจะกลับมา" แก้วตากระซิบพลางลูบหัวมันเบาๆ "น้องต้องรอพี่นะ"
เธอนั่งเขียนจดหมายถึงคุณลุงและบุญมา น้ำตาหยดเปื้อนกระดาษจนต้องเขียนใหม่หลายรอบ
บุญมา น้องรักของพี่… แม่ต้องรักษาตัวต่อที่กรุงเทพฯ น้องต้องอยู่กับคุณลุงก่อนนะ พี่สัญญาว่าจะกลับมา…
เธอไม่กล้าบอกความจริงทั้งหมด ไม่กล้าบอกว่าเงินที่มีอยู่แทบไม่พอค่าผ่าตัดครั้งแรก ไม่กล้าบอกว่าเธอต้องหางานทำระหว่างเรียน ไม่กล้าบอกว่า… เธอไม่รู้ว่าจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่
"หนูแก้ว พักบ้างนะลูก" ป้าที่ร้านอาหารตรงข้ามโรงเรียนเอ่ยปลุก เมื่อเห็นเด็กสาวผล็อยหลับระหว่างล้างจาน
แก้วตาสะดุ้งตื่น "ไม่เป็นไรค่ะป้า หนูต้องรีบทำงานให้เสร็จ เดี๋ยวต้องไปเฝ้าแม่ต่อค่ะ"
สามปีผ่านไป เธอเรียนมัธยมปลายไปด้วยทำงานพิเศษไปด้วย กว่าจะกลับถึงหอพักก็เกือบเที่ยงคืน แต่เธอยังต้องทำการบ้านและอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้าคณะพยาบาลศาสตร์ ทุกบาทที่หาได้ส่งเข้าค่ารักษาแม่ทั้งหมด บางคืนที่เหนื่อยล้า เธอจะหยิบรูปถ่ายเก่าๆ ออกมาดู ภาพที่เธอกับแม่นั่งเล่นกับบุญมาใต้ต้นมะม่วง
"บุญมา… น้องคงโตเป็นหมาแก่แล้วสินะ" เธอกระซิบกับตัวเอง "พี่คิดถึงน้องจัง"
ทุกครั้งที่เขียนจดหมายถึงบ้าน เธอจะเล่าแต่เรื่องดีๆ เล่าว่าแม่อาการดีขึ้นเรื่อยๆ เล่าว่าเธอมีงานทำ มีเพื่อนที่ดี แต่ไม่เคยเล่าว่าบางคืนเธอร้องไห้จนหมอนเปียก ไม่เคยเล่าว่าหลายครั้งที่อยากทิ้งทุกอย่างแล้ววิ่งกลับบ้าน
"แม่… วันนี้หนูสอบติดคณะพยาบาลแล้วนะคะ" แก้วตากระซิบข้างหูแม่ที่นั่งรถเข็นอยู่ในห้องพัก
"แม่ภูมิใจในตัวลูกมาก" แม่ยิ้มน้ำตาคลอ "ลูกเก่งมากที่เรียนไปทำงานไป แถมยังสอบติดด้วย"
"หนูจะตั้งใจเรียนให้จบเร็วๆ นะคะ" แก้วตากอดแม่แน่น "แล้วหนูจะได้ดูแลแม่ได้ดีขึ้น"
สี่ปีต่อมา ในชุดครุยสีขาว แก้วตายืนข้างรถเข็นของแม่ในงานรับปริญญา
"แม่คะ วันนี้หนูเป็นพยาบาลเต็มตัวแล้วนะคะ" น้ำตาแห่งความภาคภูมิใจไหลอาบแก้ม
"แม่ภูมิใจในตัวลูกมาก" แม่ยิ้มกว้าง "ขอโทษนะลูก ที่ทำให้ลูกต้องลำบากมาตลอด"
"ไม่ลำบากเลยค่ะ" เธอกอดแม่แน่น "การที่ได้เห็นแม่ค่อยๆ หายดี ได้เห็นแม่ยิ้มได้อีกครั้ง มันมีค่ามากกว่าอะไรทั้งหมด"
เจ็ดปีผ่านไป… วันที่แม่เดินได้อีกครั้ง แก้วตาร้องไห้ด้วยความดีใจ
"แม่คะ… เรากลับบ้านกันเถอะ" เธอจับมือแม่ "มีคนรออยู่…"
เมื่อรถจอดสนิทหน้าบ้าน หัวใจของแก้วตาเต้นรัว เธอเห็นร่างของบุญมายืนอยู่ใต้ต้นมะม่วง ขนสีน้ำตาลทองแซมด้วยสีขาวโพลน เดินกะเผลกมาหาช้าๆ
"บุญมา!" เธอวิ่งเข้าไปกอด น้ำตาไหลพราก "ขอโทษนะที่ทำให้น้องต้องรอนาน"
บุญมาเลียมือเธอเบาๆ แววตาเป็นประกายเหมือนวันแรกที่พบกัน
คืนนั้น เธอเล่าทุกเรื่องให้บุญมาฟัง เล่าถึงความยากลำบาก ความเหนื่อยล้า และความกลัว เล่าว่าทุกครั้งที่ท้อ เธอจะนึกถึงบุญมาที่รอเธออยู่ที่บ้าน นึกถึงความรักอันบริสุทธิ์ที่ทำให้เธอมีแรงสู้ต่อ
"รู้ไหม… ความรักของน้องสอนพี่หลายอย่าง" เธอกระซิบ "สอนให้รู้ว่าบางทีเราไม่ต้องเข้าใจทุกอย่าง แค่เชื่อมั่นและรอคอย สักวัน… ทุกอย่างจะดีเอง"
สามวันต่อมา เมื่อบุญมาจากไปอย่างสงบในอ้อมกอดของเธอ แก้วตารู้ว่า การรอคอยเจ็ดปีของบุญมาไม่สูญเปล่า เพราะความรักที่แท้จริง… ไม่เคยนับวันที่ต้องจากกัน
"เล่าให้หนูฟังอีกทีสิคะคุณแม่" ลูกสาวตัวน้อยของแก้วตาขอร้อง ขณะนั่งเล่นอยู่ใต้ต้นมะม่วงต้นเดิม
แก้วตายิ้ม มองไปที่แผ่นหินจารึก ก่อนจะเริ่มเล่า
"ที่ตรงนี้เคยมีหมาตัวหนึ่ง ชื่อบุญมา มันรอคุณแม่อยู่เจ็ดปีเต็ม เพราะมันเชื่อว่า… ความรักที่แท้จริง ไม่มีวันทอดทิ้งกัน"
นิทานจบลง แต่คำถามอาจเพิ่งเริ่มต้นในใจเรา












