NITHAN JAI · นิทานใจ
เรื่องเล่าที่ชวนให้กลับมาฟังเสียงข้างใน
ณ ริมทะเลสาบที่สงบนิ่ง มีชายชราผู้หนึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งไม้เก่าๆ ดวงตาลึกซึ้งของเขามองออกไปที่ผืนน้ำซึ่งสะท้อนท้องฟ้าราวกับกระจกยักษ์ เด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินผ่านมา สังเกตเห็นความสงบที่เปล่งออกมาจากใบหน้าของชายชรา
"คุณตา ทำไมท่านดูมีความสุขจังเลยครับ ทั้งๆ ที่ผมเห็นว่าท่านไม่มีอะไรเลย แม้แต่รองเท้า" เด็กหนุ่มถาม
ชายชรายิ้มบางๆ "เจ้าเห็นทะเลสาบนี้ไหม มันเหมือนกับจิตใจของเรา… มาลองทำอะไรด้วยกันสักอย่าง"
ชายชราหยิบก้อนหินสองก้อนขึ้นมา หนึ่งก้อนสีขาวสว่าง อีกก้อนสีดำสนิท
"นี่คือเจตนา ทุกความคิด ทุกการกระทำของเรา เริ่มจากจุดนี้" ชายชรากล่าว พลางส่งก้อนหินสีขาวให้เด็กหนุ่ม "ลองโยนลงไปในน้ำสิ แล้วสังเกตความรู้สึกของเจ้า"
เด็กหนุ่มโยนก้อนหินสีขาวลงไปในทะเลสาบ ทันทีที่มันสัมผัสผิวน้ำ เกิดแสงสว่างวาบขึ้น และคลื่นวงกลมที่แผ่ออกไปเป็นประกายระยิบระยับ พร้อมกันนั้น หัวใจของเขารู้สึกเบาสบาย อิ่มเอิบ ราวกับมีแสงอาทิตย์ส่องอยู่ข้างใน
"นั่นแหละคือบุญ" ชายชรากล่าว "เมื่อเราคิดดี ทำดี ด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์ จิตใจของเราจะเบา สว่าง อิ่มเอม แม้ไม่มีใครรู้ แม้ไม่มีใครเห็น ความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นทันที นั่นคือบุญกำลังก่อตัวในจิตวิญญาณของเจ้าแล้ว"
ชายชราส่งก้อนหินสีดำให้เด็กหนุ่ม "ทีนี้ลองกับก้อนนี้บ้าง"
เด็กหนุ่มโยนก้อนหินสีดำลงไป คราวนี้น้ำกระเพื่อมเป็นวงสีเข้ม หม่นหมอง และหัวใจของเขาพลันรู้สึกหนักอึ้ง อึดอัด เร่าร้อน ราวกับมีเปลวไฟก่อตัวในอก
"และนั่นคือบาป" ชายชรากล่าวเสียงแผ่วเบา "เมื่อใดที่เรามีเจตนาร้าย คิดร้าย ทำร้าย บาปจะก่อตัวทันทีในจิตวิญญาณของเรา ไม่ต้องรอให้ใครมาลงโทษ ไม่ต้องรอให้ใครมาตัดสิน มันเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ เป็นกฎธรรมชาติที่ไม่มีใครหลบหนีได้"
เด็กหนุ่มนั่งลงข้างชายชรา จ้องมองผิวน้ำที่ค่อยๆ กลับมานิ่งสงบ
"คุณตาครับ แล้วสิ่งเหล่านี้จะหายไปไหม?"
"ไม่หายหรอก" ชายชรากล่าว พลางชี้ไปที่ก้นทะเลสาบ "เห็นไหม ก้อนหินยังอยู่ที่นั่น เพียงแต่จมลงไปแล้ว บุญและบาปที่เราสร้างไว้ก็เช่นกัน มันถูกบันทึกไว้ในจิตวิญญาณของเรา รอวันที่เหตุปัจจัยพร้อม มันจะผุดขึ้นมาให้ผล"
"แล้วเราจะทำอย่างไรได้บ้างครับ?" เด็กหนุ่มถาม สีหน้าวิตก
ชายชราลุกขึ้นยืน หยิบกิ่งไม้มาวาดบนผืนทรายริมทะเลสาบเป็นวงกลมสองวง วงหนึ่งเล็ก อีกวงหนึ่งใหญ่ล้อมรอบ
"ชีวิตของเราคือการเดินทางจากวงเล็กไปสู่วงใหญ่" ชายชรากล่าว "วงเล็กคือตัวตน วงใหญ่คือจักรวาลทั้งมวล เมื่อเรายังยึดติดกับตัวตน ทุกอย่างจะวนเวียนอยู่กับความอยากได้ อยากมี อยากเป็น ทำให้เราสร้างทั้งบุญและบาปสลับกันไป"
"แต่หากเราฝึกขยายวงออกไป มองเห็นว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของทุกชีวิต ความคิดและการกระทำของเราจะเปลี่ยนไป เราจะไม่ทำร้ายผู้อื่นเพราะเห็นว่าเขาก็คือเรา เราจะไม่โลภเพราะเห็นว่าทุกอย่างล้วนหมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน"
เด็กหนุ่มมองออกไปที่ทะเลสาบและท้องฟ้าที่สะท้อนอยู่บนผิวน้ำ เขาเริ่มเข้าใจบางอย่าง
"ลองดูนี่" ชายชรากล่าว พลางหยิบใบไม้แห้งใบหนึ่ง เขาเป่าลมเบาๆ ใบไม้ค่อยๆ ลอยขึ้น แล้วร่อนลงบนผิวน้ำอย่างนุ่มนวล ไม่เกิดคลื่นใดๆ
"นี่คือวิธีที่เราควรใช้ชีวิต เบาสบาย ไม่สร้างคลื่น ไม่สร้างความปั่นป่วนให้กับโลกและจิตใจตนเอง เมื่อใจเบา กรรมเก่าจะคลี่คลายตัวเองได้ง่ายขึ้น"
เด็กหนุ่มรู้สึกสงบในใจอย่างประหลาด เขามองชายชราด้วยความเคารพ
"แล้วคุณตาล่ะครับ เคยทำบาปมาก่อนไหม?"
ชายชรายิ้ม ดวงตาฉายแววแห่งอดีตอันยาวนาน
"ตาเคยเป็นนักเลงใหญ่ เคยทำร้ายผู้คนมากมาย" เขาพลางถกแขนเสื้อขึ้น เผยให้เห็นแผลเป็นที่แขนและลำตัว "นี่คือร่องรอยของกรรมที่ตาได้รับ เจ็บปวดทุกครั้งเมื่อฝนจะตก เพราะกระดูกไม่เคยสมานสนิท"
"แต่ตาโชคดีที่พบครูดี ท่านสอนให้ตาเข้าใจเรื่องกรรม บุญ บาป วันหนึ่งขณะที่ตานั่งอยู่ที่ริมทะเลสาบนี้ ความเข้าใจพลันเกิดขึ้น… ตาเห็นชัดว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นล้วนเป็นไปตามเหตุปัจจัย ทุกความทุกข์ล้วนมีต้นกำเนิดจากความคิดและการกระทำของตนเอง"
ชายชรามองออกไปที่ขอบฟ้า ดวงตาเปล่งประกายแห่งปัญญา
"นับแต่นั้นมา ตาเริ่มสร้างบุญใหม่ทุกลมหายใจ ทุกความคิด ทุกการกระทำ ไม่ใช่เพื่อลบล้างกรรมเก่า แต่เพื่อให้จิตใจใสสว่างพอที่จะรับผลกรรมเก่าด้วยความเข้าใจ"
"แล้วมันได้ผลไหมครับ?" เด็กหนุ่มถาม
ชายชรายิ้ม "ดูสิ" เขากล่าวพร้อมกับยกมือชี้ไปที่ทะเลสาบ ขณะที่ดวงอาทิตย์เริ่มลับขอบฟ้า ทันใดนั้น ทะเลสาบทั้งผืนพลันเรืองแสงสีทองอร่าม สะท้อนแสงอาทิตย์ยามเย็นได้อย่างงดงาม
"นี่คือจิตใจที่สงบบริสุทธิ์ มันสามารถสะท้อนความงามของจักรวาลได้ทั้งหมด ไม่ว่าบุญหรือบาปเก่าจะมีมากแค่ไหน จิตใจที่สงบย่อมรับมือได้ทั้งหมดโดยไม่หวั่นไหว"
เด็กหนุ่มนั่งลงข้างชายชรา มองผืนน้ำที่เรืองแสงด้วยความอัศจรรย์ใจ เขารู้สึกถึงความอิ่มเอิบ เบาสบายที่ค่อยๆ แผ่ซ่านในหัวใจ
"นี่แหละคือบุญ" ชายชรากล่าวเสียงแผ่วเบา "ความรู้สึกที่เกิดขึ้นในใจเจ้าขณะนี้ ความสุขที่ไม่ต้องพึ่งพาสิ่งภายนอก ความเบาสบายที่เกิดจากการเข้าใจสัจธรรม นี่คือบุญที่เกิดขึ้นทันทีที่เราคลายความยึดมั่นและมีเจตนาที่จะเรียนรู้ธรรมชาติอย่างที่มันแสดง"
ท้องฟ้ามืดลง ดวงดาวเริ่มปรากฏ สะท้อนอยู่บนผืนน้ำราวกับจักรวาลใต้พื้นโลก ชายชราและเด็กหนุ่มยังคงนั่งอยู่ที่นั่น ด้วยหัวใจที่เบิกบาน เข้าใจสัจธรรมที่ไม่ต้องอธิบายด้วยคำพูดอีกต่อไป
นิทานจบลง แต่คำถามอาจเพิ่งเริ่มต้นในใจเรา












