NITHAN JAI · นิทานใจ
เรื่องเล่าที่ชวนให้กลับมาฟังเสียงข้างใน
ทะเลคลั่งยามพายุโหม เรือประมงลำเล็กโคลงเคลงท่ามกลางคลื่นสูงเท่าตึกสามชั้น
"ฆ่ามันซะ!" เสียงตะโกนของหัวหน้าชาวประมงดังกลบเสียงคลื่น ขณะที่ลูกเรือลากร่างของชายชราคนหนึ่งขึ้นมาบนดาดฟ้าเรือ
"คนแปลกหน้าที่เข้ามาในเขตของพวกเรา ต้องตาย!" นั่นคือกฎของชาวประมงในดินแดนโสณะ ดินแดนที่แม้แต่โจรสลัดยังไม่กล้าเข้าใกล้
แต่แล้ว…
"ขอบคุณที่ช่วยข้าขึ้นมาจากทะเล" เสียงของชายชราดังขึ้นท่ามกลางสายฝน รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าที่เปียกปอน "ข้าชื่อปุณณะ เดินทางมาจากสาวัตถี เพื่อมาพบพวกท่าน"
"หุบปาก!" หัวหน้าชาวประมงตวาด "แกรู้หรือไม่ว่าที่นี่คือที่ไหน?"
"ดินแดนโสณะ" ปุณณะตอบ ยังคงยิ้ม "ดินแดนที่ผู้คนเล่าลือว่าโหดร้ายที่สุดในชมพูทวีป"
"แล้วแกยังกล้ามา?"
"ข้ามาเพราะได้ยินว่าที่นี่โหดร้าย" ปุณณะตอบ "ข้าจึงอยากมาแบ่งปันความรักให้"
เสียงหัวเราะดังลั่นไปทั่วเรือ
"งั้นข้าจะให้โอกาสเจ้า" หัวหน้าชาวประมงพูดเสียงเย็น "ถ้าพวกเราด่า เจ้าจะทำอย่างไร?"
"ข้าจะขอบคุณ ที่พวกท่านเพียงแค่ด่า ไม่ได้ทุบตีข้า"
"ถ้าพวกเราทุบตีเจ้า?"
"ข้าจะขอบคุณ ที่พวกท่านเพียงแค่ทุบตี ไม่ได้เอาหอกแทงข้า"
"ถ้าพวกเราเอาหอกแทงเจ้า?"
"ข้าจะขอบคุณ ที่พวกท่านเพียงแค่แทงข้า ไม่ได้ฆ่าข้า"
"แล้วถ้าพวกเราฆ่าเจ้า?!"
รอยยิ้มของปุณณะกว้างขึ้น ดวงตาเปี่ยมด้วยความเมตตา
"ข้าจะขอบคุณ ที่พวกท่านช่วยปลดปล่อยข้าจากร่างกายที่เจ็บปวดนี้ ด้วยความทุกข์เพียงครู่เดียว แทนที่จะทรมานข้าไปทั้งชีวิต"
คำตอบนั้นทำเอาทุกคนบนเรือนิ่งงัน แม้แต่สายฝนก็ราวกับหยุดตก
"ท่าน…" หัวหน้าชาวประมงเอ่ยเสียงสั่น "ไม่กลัวความตายหรือ?"
"สิ่งที่ข้ากลัว" ปุณณะตอบ "คือการปล่อยให้พวกท่านจมอยู่ในความมืดโดยไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วย"
"แต่พวกเราเป็นคนเลว! เป็นฆาตกร! เป็น…"
"ไม่มีใครเลวโดยกำเนิด" ปุณณะพูดเบาๆ "พวกท่านเพียงแต่ไม่เคยได้สัมผัสความรักที่แท้จริง ความรักที่ไม่ต้องการสิ่งตอบแทน ความรักที่พร้อมจะให้แม้ชีวิต"
น้ำตาไหลอาบแก้มของชาวประมงผู้โหดเหี้ยม
"ท่านรู้ไหม" ปุณณะเล่า "ก่อนออกเดินทางมาที่นี่ พระพุทธองค์ถามข้าว่า ‘ชาวโสณะโหดร้าย เจ้าจะทำอย่างไรถ้าพวกเขาทำร้ายเจ้า?’ ข้าตอบเช่นเดียวกับที่ตอบพวกท่าน พระองค์จึงอนุญาตให้ข้ามา เพราะทรงเห็นว่าข้าพร้อมจะสละแม้ชีวิตเพื่อนำธรรมะมาสู่ดินแดนนี้"
"แต่ทำไม?" หัวหน้าชาวประมงถาม น้ำเสียงสั่นเครือ "ทำไมต้องทำถึงขนาดนั้น?"
"เพราะความทุกข์ของพวกท่าน คือความทุกข์ของข้า" ปุณณะตอบ "ความมืดในใจพวกท่าน คือความมืดที่ข้าต้องการขจัด แม้ต้องแลกด้วยชีวิต ข้าก็ยินดี"
สายฝนหยุดตก ท้องฟ้าเริ่มสว่าง แสงอาทิตย์สาดส่องลงมาบนผืนน้ำ
"สอนข้าเถิด" หัวหน้าชาวประมงคุกเข่าลง "สอนข้าถึงความรักที่ท่านพูดถึง"
"สอนพวกเราด้วย" เสียงลูกเรือดังขึ้นพร้อมกัน
นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในดินแดนโสณะ
สามปีต่อมา…
ดินแดนที่เคยโหดร้ายที่สุดในชมพูทวีป กลายเป็นดินแดนที่งดงามด้วยความเมตตา ชาวประมงที่เคยฆ่าคนต่างถิ่น กลับกลายเป็นผู้คอยช่วยเหลือเรือที่ประสบภัย
"ท่านอาจารย์" หัวหน้าชาวประมงถามปุณณะ ขณะนั่งมองพระอาทิตย์ตกดินที่ชายหาด "ท่านไม่เคยกลัวความตายจริงๆ หรือ?"
ปุณณะยิ้ม "ความตายไม่น่ากลัวเท่าการมีชีวิตอยู่โดยไม่เคยรู้จักความรักที่แท้จริง"
"แล้วความรักที่แท้จริงคืออะไร?"
"คือการพร้อมจะสละทุกสิ่ง เพื่อให้ผู้อื่นพ้นทุกข์" ปุณณะตอบ "เหมือนที่พระพุทธองค์ทรงสละความสุขส่วนพระองค์ เพื่อค้นหาหนทางดับทุกข์ให้สรรพสัตว์"
วันนี้ ที่ชายหาดในดินแดนโสณะ มีศาลาไม้หลังเล็กๆ เป็นที่พักของผู้เดินทาง มีข้อความจารึกไว้ว่า:
"ที่นี่
เคยเป็นดินแดนแห่งความโหดร้าย
จนวันที่พบกับความรักอันไร้เงื่อนไข
จากผู้ที่พร้อมจะสละชีวิต
เพื่อจุดแสงสว่างในความมืด
ที่นี่
คือที่ที่พระปุณณะสอนเรา
ว่าความกล้าหาญที่แท้จริง
ไม่ใช่การไม่กลัวความตาย
แต่คือการกล้าที่จะรัก
แม้รู้ว่าความรักนั้น
อาจต้องแลกด้วยชีวิต"
ทุกครั้งที่พายุโหมกระหน่ำ ชาวประมงแห่งดินแดนโสณะจะออกเรือไปช่วยผู้ประสบภัย โดยไม่เลือกว่าเป็นใคร มาจากไหน
และทุกครั้งที่มีคนถามว่าทำไมต้องเสี่ยงชีวิตช่วยคนแปลกหน้า พวกเขาจะตอบด้วยรอยยิ้มว่า:
"เพราะครั้งหนึ่ง มีคนแปลกหน้าผู้หนึ่งพร้อมจะตายเพื่อช่วยพวกเรา… และนั่นทำให้เราเข้าใจว่า ความรักที่แท้จริง ไม่เคยถามว่าใครคือผู้รับ… มีแต่พร้อมจะให้ แม้ต้องแลกด้วยชีวิต"
นิทานจบลง แต่คำถามอาจเพิ่งเริ่มต้นในใจเรา












