สายนํ้าแห่งชีวิต
“น้ำไม่เคยถามว่าก้อนหินข้างหน้าเป็นใคร มันแค่ไหลผ่านและพาพวกมันไปด้วยกัน” … คำพูดของปู่ยังก้องอยู่ในหัวของชายหนุ่มขณะที่เขายืนอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มองดูสายน้ำที่ไหลผ่านกรุงเทพฯ
“น้ำไม่เคยถามว่าก้อนหินข้างหน้าเป็นใคร มันแค่ไหลผ่านและพาพวกมันไปด้วยกัน” … คำพูดของปู่ยังก้องอยู่ในหัวของชายหนุ่มขณะที่เขายืนอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา มองดูสายน้ำที่ไหลผ่านกรุงเทพฯ
ในส่วนลึกของจิตใจมนุษย์ ความอิจฉาเป็นเหมือนกระจกบานใหญ่ที่สะท้อนตัวตนของผู้มอง เมื่อเราเห็นความสำเร็จของผู้อื่น กระจกบานนี้จะเผยให้เห็นว่าเราเป็นเช่นไร ผู้ที่จะฉุดรั้งทำลายเพื่อให้
“อย่าไปหาหมอคนนั้นเลย เขาคงฟอกเงินไม่ก็ทดลองยากับคนไข้แน่ๆ ไม่งั้นทำไมถึงไม่คิดเงิน” . เสียงซุบซิบนินทาดังแว่วมาตามลม ขณะที่หมอหญิงวัยกลางคนกำลังก้มหน้าก้มตาดูแลแปลงผักสมุนไพรหลังค
เสียงสวดมนต์แผ่วเบาดังมาจากกุฏิเล็กๆ ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย หลวงพ่อเทียนนั่งสงบนิ่ง ดวงตาสว่างไสว “โยมรู้ไหม…” หลวงพ่อเอ่ยเบาๆ “ว่าทำไมอาตมาถึงได้บวช” ผมนั่งฟังอย่างตั้งใจ เสีย
คนพาลที่น่ากลัวที่สุด มิใช่ผู้ที่ทำผิดด้วยความไม่รู้ แต่คือผู้ที่ “ทำบาปทั้งรู้ และยังกล้าบิดเบือนความจริง แม้ความจริงจะประจักษ์แจ้งต่อหน้า” . . นี่คือภัยร้ายแรงที่สุด เพราะ “เมื่อ
“น้ำไม่เคยเลือกเส้นทาง มันไหลไปที่ที่ต้องการมันที่สุด ผ่านซอกหิน ร่องเขา เพื่อหล่อเลี้ยงทุกชีวิตที่อยู่เบื้องล่าง…” … คำพูดของพ่อยังก้องอยู่ในหัวของหญิงสาว ขณะที่เธอนั่งอยู่ในร
ในเมืองแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า “นครปริทรรศน์” ผู้คนต่างใช้ชีวิตอยู่ภายใต้เงาของกระจกวิเศษที่เรียกว่า “กระจกแห่งความเปรียบเทียบ” กระจกบานนี้ไม่ใช่กระจกธรรมดา แต่เป็นกระจกที่สะท้อนชีวิตข
หมอศักดิ์นั่งอยู่ในห้องตรวจที่มืดสนิท “คุณหมอคะ… ทำไมไม่เปิดไฟ” คนไข้รายใหม่ถาม “ในความมืด… คนเราจะรู้สึกได้ดีขึ้น” เขาตอบเสียงนุ่ม “ผมขออนุญาตสัมผัสที่หน้าอกนะครับ” นิ้วมือที่
กรุงเทพฯ, 2115 “วันนี้เราจะย้อนเวลากลับไปด้วยกัน…” เสียงของดร.อาทิตยาดังก้องในห้องจำลองเสมือนจริง ขณะที่เธอยืนอยู่ท่ามกลางนักศึกษาปริญญาเอกด้านประวัติศาสตร์การศึกษา ภาพรอบตัวค่อย
“ติ๊ก… ต็อก… ติ๊ก… ต็อก…” เสียงนาฬิกาดังกังวานไปทั่วร้านเล็กๆ ในตรอกเก่า ผมนั่งมองพ่อที่กำลังก้มหน้าก้มตาซ่อมนาฬิกาเรือนหนึ่ง แว่นขยายสวมอยู่บนตา มือที่มีรอยด่างและแผลเป็นจ
No account yet?
Create an Account